หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มวัย 32 ห...

หนุ่มวัย 32 หลอกเหมากระบะตาวัย 84 ไปส่งบ้าน ก่อนชักปืนจี้ชิงรถ พบประวัติโชกโชน เพิ่งพ้นคุกมา 3 วัน

11.11.23 | 18:04 น.

หนุ่มวัย 32 หลอกเหมากระบะตาวัย 84 ไปส่งบ้าน ก่อนชักปืนจี้ชิงรถ พบประวัติโชกโชน เพิ่งพ้นคุกมา 3 วัน ตาเผยเป็นอดีตกองพันเสือดำรบเวียดนาม

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม สภ.ไชยวาน ประชุมติดตามเหตุอุกฉกรรจ์ ร่วมกับ ร.ต.อ.วิจิตร หาญชุยชาย รอง สว.สอบสวน และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไชยวาน หลังเกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์รถยนต์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.55 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 บริเวณอ่างเก็บน้ำฝายหนองหลวง ต.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี

สืบเนื่องจากนายสมชาย โพธิรักษ์ อายุ 84 ปี ชาว ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดร้านขายส้มตำ ปิ้งไก่ ร่วมกับนางสุวรรณา คำบุตรดา อายุ 47 ปี ภรรยา อยู่ที่บริเวณสามแยกหนองนาคำ ริมถนนอุดรธานี-สกลนคร มีชาย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังว่า นายนฤเบศร์ คำควร หรือบี อายุ 32 ปี ชาว ต.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เดินมาขอซื้อปิ้งไก่และข้าวเหนียว ก่อนออกอุบายว่าจ้างเหมารถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผต 4301 อุดรธานี ของนายสมชาย ให้ไปส่งบ้านที่ อ.หนองหาน

เมื่อไปถึง อ.หนองหาน จึงหลอกให้เข้าไปส่งในที่เปลี่ยว พื้นที่รอยต่อกับ อ.ไชยวาน แล้วชักปืนออกมาขู่ ก่อนชิงเอารถไป หลังเกิดเหตุ นายสมชายเดินไปขอความช่วยเหลือกับผู้ใหญ่บ้าน บ้านต้ายสวรรค์ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน แต่จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ อ.ไชยวาน จึงประสาน พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก. พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมกับนำตัวนายสมชายกลับไปชี้จุดเกิดเหตุ และนำตัวกลับมาส่งที่ร้านขายส้มตำปิ้งไก่ และแจ้งภรรยาให้รับทราบ

จากการสืบสวนสอบสวน จนทราบตัวคนร้าย เนื่องจากผู้เสียหายสามารถชี้ตัวคนร้ายได้อย่างถูกต้อง เพราะนายนฤเบศร์ หรือบี มีประวัติอาชญากรรมในพื้นที่อย่างโชกโชน และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำในคดีลักทรัพย์มาได้เพียง 3 วัน เบื้องต้นได้ขออนุมัติต่อศาล จ.อุดรธานี เลขหมายจับ 344/2566 และอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายขับรถกระบะหลบหนี บริเวณ 4 แยกบ้านหนองแวงแก้มหอม มุ่งหน้าไปทางบ้านหนองตะไก้ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

Advertisement

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนายสมชาย และนางสุวรรณา สองสามีภรรยา ที่ร้านขายส้มตำปิ้งไก่ เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยทั้งคู่ยังอยู่ในอาการเสียใจที่ต้องเสียทรัพย์สิน ทั้งรถยนต์และเงินสด ระบุว่า ภายในรถยนต์มีเงินสดที่เก็บไว้ค้าขาย 2,700 บาท และมีเงินเก็บสะสมที่ซ่อนเอาไว้อีกประมาณ 4 พันกว่าบาท รวมแล้วมีเงินสดอยู่ในรถประมาณ 7 พันบาท และโทรศัพท์มือถือเก่าใช้งานไม่ได้ 1 เครื่อง รวมทั้งเอกสารทางราชการด้วย หลังจากนั้นนายสมชายได้พาผู้สื่อข่าวนั่งรถยนต์ไปตามเส้นทางที่คนร้ายหลอกไปจี้ชิงทรัพย์ พร้อมกับแสดงท่าทางของคนร้ายขณะลงมือก่อเหตุ

นายสมชายเล่าว่า ประมาณ 13.55 น. เมื่อวานนี้ ตนนั่งเฝ้าร้านอยู่กับภรรยา คนร้ายมาจากบ้านหนองนาคำ แล้วแวะซื้อปิ้งไก่ 2 ไม้ กับข้าวเหนียว 1 ห่อ รวมเป็นเงิน 30 บาท เขาจ่ายมา 50 บาท ตนก็ทอนไป 20 บาท เขาอ้างว่ารถเสีย แล้วเอามาซ่อม กำลังหารถกลับบ้านที่ อ.หนองหาน ที่นี่มีคิวรถสามล้อหรือไม่ แต่เมื่อวานไม่มีรถสามล้อมาจอดเหมือนเคย เขาเลยถามเหมารถตนให้ไปส่ง ตนเห็นว่าไม่ไกลและอยากหารายได้เสริม จึงตอบตกลงกันในราคา 400 บาท เขาบอกว่าไม่มีเงินติดตัว เมื่อไปถึงจะนำเงินกับแม่มาให้ทีหลัง

“ระหว่างทางที่นั่งรถไปด้วยกัน เขาไม่ค่อยพูดจามากนัก เขากินปิ้งไก่กับข้าวเหนียวด้วยความหิวจนหมด เมื่อตนหันไปมองหน้า เขาจะหันหน้าหลบไปอีกทาง เมื่อไปถึงหนองหาน เขาก็บอกให้ขับเข้าไปส่งในสวนยางของแม่อีกประมาณ 3 กม. เมื่อขับไปถึงที่เปลี่ยว เขาก็เริ่มขยับตัวให้เห็นว่าพกปืน จากนั้นเขาก็บอกให้ตนหยุดรถ แล้วใช้อาวุธปืนจี้ ยึดเอากุญแจรถ เขาบอกให้ทำอะไรตนก็ทำตาม ตอนนั้นตนนั่งลงกับพื้น มือก็กำดินทรายไว้ เตรียมต่อสู้กับคนร้าย ด้วยการหว่านใส่ตาของเขา เขาขู่ว่าดีแล้วที่ไม่ยิงตนตั้งอยู่ในรถ พอเขาเผลอและเดินห่างไป ตนก็รีบวิ่งเข้าไปในป่า คนร้ายไม่ได้ตามมา จึงเดินลัดเลาะไปตามทาง จนเจอชาวบ้านและได้รับการช่วยเหลือในที่สุด”

นายสมชายเล่าว่า ตนเองเป็นอดีตทหาร เคยไปรบที่เวียดนาม กับกองพันเสือดำ 2 ปี และเคยไปรบสงครามลับในลาวอีก 3 ปี ออกมาก็มาทำงานรับจ้างทั่วไป ไปทำงานต่างประเทศมาบ้าง มีลูกชาย 3 คน กับภรรยาเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว ภรรยาใหม่อยู่กินด้วยกันเมื่อปี 2554 ไม่มีลูกด้วยกัน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตัดสินใจซื้อรถกระบะมือสองมาใช้งาน ราคา 75,000 บาท ไม่นานนี้ตนประสบอุบัติเหตุในการทำงานจนตาบอด 1 ข้าง จึงหันมายึดอาชีพขายส้มตำปิ้งไก่ ไข่ข้าวไข่ตัว ได้ประมาณ 3 เดือน ตนและภรรยาเสียใจมากที่ต้องเสียรถและเงินไป ภรรยานอนร้องไห้ทั้งคืน เพราะเป็นเงินเก็บทั้งหมดของชีวิต วอนคนร้ายให้นำรถมาคืนตนด้วย ตนรักรถคันนี้มาก และรถเก่าแล้วเอาไปขายก็ไม่ได้ราคา

ด้านนางสุวรรณาบอกเพียงสั้นๆว่า คนร้ายมาซื้อปิ้งไก่และข้าวเหนียว มาถามหารถเช่า จะเหมารถไปส่งที่บ้าน ตนจำหน้าได้อย่างแม่นยำ ตำรวจได้พาไปชี้รูปคนร้าย ตนก็จำได้ทันที หลังจากนั้นนางสุวรรณาเดินไปปลอบใจและให้กำลังใจนายสมชาย ผู้เป็นสามี บอกว่าสู้ต่อไป ค้าขายกันต่อ หาเงินไปซื้อรถใหม่ก็ได้ ขอให้ตำรวจจับคนร้ายมาให้ได้ ก่อนจะหอมแก้มให้กำลังใจสามี