ประธานสหกรณ์ครูเลย ยันการเงินยังมั่นคงเงินหมุนหมื่นกว่าล้าน หลังคณะกรรมการชุดเก่าทยอยติดคุกคดีแชร์ลอตเตอรี่
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากในช่วงปี 2553 ได้มีข่าวแชร์ลอตเตอรี่ จากการเริ่มต้นที่สหกรณ์ครูเลย และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสามัญเลย ได้หลอกลวงสมาชิกสหกรณ์ฯ และคนอื่นๆ ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สมาชิกสหกรณ์จำหน่ายเพื่อเป็นสวัสดิการ แต่ไม่นำสลากดังกล่าวมาเป็นสวัสดิการ ของสมาชิกแต่อย่างใด ซึ่งทั้ง 2 สหกรณ์มูลค่าเสียหายประมาณ 5,000 ล้านบาท ต่อมาศาลได้เริ่มทยอยตัดสินคณะกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 สหกรณ์ พร้อมพวกในสมัยนั้น ถูกศาลได้สั่งจำคุกตั้งแต่ 2 -15 ปีไปแล้ว
ล่าสุด นายวิรัตน์ พุทธทองศรี ประธานสหกรณ์ครูเลย เผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์แชร์ลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นมหากาพย์ สหกรณ์ครูในหลายจังหวัดก็มีการฟ้องร้องกัน คณะกรรมการต่างติดคุกกันหลายคน และสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากตนได้เข้ามาบริหารจัดการ โดยตนจะมีนโยบายเน้นในเรื่องของความรับผิดชอบของตัวสมาชิก รวมทั้งเรื่องของการติดตามหนี้
สหกรณ์ครูเลยที่เคยตั้งสหกรณ์ลอตเตอรี่ขึ้น ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นสหกรณ์สวัสดิการไทเลย และปัจจุบันสหกรณ์ครูเลยได้มีการปันผลให้กับสมาชิกเป็นปกติแล้ว จากเดิมที่ปัญหามาแล้ว ตนเข้ามาบริหารได้พยายามทำความเข้าใจกับสมาชิกของสหกรณ์ฯ ขณะนี้ได้มีการจ่ายผ่อนเข้ามาจำนวนมากแล้ว
จนปัจจุบันหลังจากที่มีการพบปะ หรือประชุม ไม่เคยมีใครถามถึงเรื่องปัญหาของแชร์ลอตเตอรี่ เนื่องจากว่าสมาชิกได้รับเงินปันผลที่ราบรื่นไปด้วยดี แม้ปัจจุบันจะมีปัญหาอัตตราดอกเบี้ยขาขึ้นก็ตาม ในการติดตามหนี้ของสหกรณ์ยังไม่ประกาศขึ้นอันตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่คู่ความของสหกรณ์ครูเลยในเรื่องของแชร์ลอตเตอรี่ ขณะนี้ศาลได้มีคำสั่งให้มีการยึดทรัพย์ของบริษัทของคู่กรณี และเตรียมประกาศขายทรัพย์สินมาชดใช้กับสหกรณ์ครูเลย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานกองบังคับคดี จากมูลหนี้ที่เหลือ 490 ล้าน แต่มูลค่าของทรัพย์สินที่ยึดมามีค่าสูงกว่ายอดหนี้
และในเรื่องนี้เรามีความเชื่อมั่นว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ เราตามกลับมาคืนกับสมาชิกได้อย่างแน่นอน และในขณะมีวงเงินที่ใช้หมุนเวียนในสหกรณ์ครูเลย ประมาณ 13,000 ล้านบาท และยังให้มีการกู้ยืมเป็นปกติ



