ช้างป่าออกนอกเขตเหยียบนา กินข้าวที่เกี่ยวไว้เสียหาย ชาวบ้านเร่งนวดข้าวหนีช้าง

ช้างป่าออกนอกเขตเหยียบนา กินข้าวที่เกี่ยวกองในลานเสียหาย ชาวบ้านเร่งนวดข้าวหนีช้าง

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. ภาพความเสียหายของมัดข้าว ที่กองรวมกันอยู่ในลาน เพื่อเตรียมนวดข้าวเก็บเกี่ยวขึ้นเล้า ที่ชาวบ้านในพื้นที่บ้านโนนอุทัย หมู่ 13 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ โดยเฉพาะนาของนางจอม หอมสมบัติ อายุ 72 ปี และนางสวรรค์ ไกรรัตน์ อายุ 68 ปี ที่มีแปลงนาติดกันกว่า 15 ไร่ และกำลังนำข้าวที่เกี่ยวแล้วมัดไว้ เอามารวมกันในลาน เพื่อเตรียมนวดข้าว ถูกฝูงช้างป่าภูวัว ที่มีมากกว่า 17 ตัว ลงมากัดกินต้นข้าวที่ยังไม่ได้เกี่ยว ในแปลงนาเสียหายกว่า 2 งาน และที่รวมกองข้าวที่มัดแล้วอยู่ในลาน จากการประเมินของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว และผู้ใหญ่บ้าน ประมาณ 30 กระสอบ ค่าเสียหายรวมกันประมาณ 15,000 บาท

ด้านนายวิษณุ กุมภาว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าชะแนน นำกำลังร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันลงแขกนวดข้าวที่เสียหายเก็บขึ้นไปไว้ในยุ้งฉาง ก่อนที่ช้างป่าจะหวนกลับมาสร้างความเสียหายให้กับนาข้าวอีกครั้ง โดยสามารถเก็บนวดข้าวนาปีได้กว่า 38 กระสอบ

นางจอม หอมสมบัติ เจ้าของนา กล่าวว่า เมื่อเช้ามาเห็นสภาพกองข้าว ถึงกับน้ำตาไหล หมดเรี่ยวแรง โมโหทำไมเจ้าหน้าที่ถึงปล่อยให้ช้างลงมาสร้างความเสียหายให้กับไร่นา และก็ด่าทอเจ้าหน้าที่ว่าไม่ดูแลช้าง หลังจากได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจ และดีใจที่เจ้าหน้าที่ไม่ทอดทิ้ง ยังมาช่วยเกี่ยวข้าว และนวดข้าวขึ้นยุ้งฉาง อยากให้ทางภาครัฐเร่งช่วยเหลือเยียวยา เพราะข้าวถูกช้างป่ากัดกินไปเยอะ ปีที่แล้วได้ข้าว 70-80 กระสอบ ปีนี้ช้างกินเหลือ 30 กว่ากระสอบ

Advertisement

ด้านนายวิษณุ กุมภาว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวซึ่งจะมีทั้งนาข้าว ป่ากล้วย และยางพารา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งช่วยดึงโขลงช้างออกนอกเขตป่า ในห้วงเดือนตุลา-พฤศจิกายน ในรอบๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบางส่วนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีไปแล้ว บ้างก็กำลังเก็บเกี่ยว ซึ่งช้างก็ยังคงวนเวียนรอบพื้นที่อยู่

การแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตอนนี้ทางกรมอุทยานมีงบประมาณในการจ้างชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์ ปี 2565 เขตภูวัวเราก็ได้มา 1 ชุด โดยการจ้างเจ้าหน้าที่ 5 คน จริงๆ แล้วถามว่าพอไหม ซึ่งมันไม่พอกับพื้นที่และจำนวนครั้งที่ช้างป่าลงมา ซึ่งทางเขตก็ได้เสนอผู้บังคับบัญชาขอเพิ่มอีก 1 ชุด ซึ่งน่าจะได้ในปีงบประมาณ 2567 และยังมีชุดที่ประจำอยู่ตามหน่วยฐานต่างๆ ที่พร้อมจะทำงานร่วมกัน ส่วนในอนาคตก็น่าจะเป็นเรื่องเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าร่วมกับชุมชนรอบพื้นที่ ซึ่งก็ขอไปที่กรมอุทยานแล้วเช่นกัน โดยขอไป 5 เครือข่ายในปี 2567 ซึ่งหากได้รับงบประมาณมาก็จะมีการอบรม การสร้างเครือข่าย การสร้างกลุ่มไลน์สื่อสารบอกกล่าวข่าวช้างป่าผ่านเครือข่ายจะได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่คอยผลักดันช้างป่า

ทั้งนี้ สถิติการออกมาของช้างป่า หากย้อนไปก่อนปี 2562 ที่มีไฟไหม้ใหญ่บนเขา ช้างไม่ค่อยลงมาเท่าไร แต่ในปี 2563 ช้างป่าภูวัวได้ออกนอกพื้นที่มากกว่า 90 ครั้ง ในปี 64-65 ก็ลดลงไม่ถึง 20 ครั้งในรอบปี ซึ่งช่วงที่ถี่ๆ ก็น่าจะเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตหรือช่วงหน้าหนาว ต.ค.-พ.ย. ส่วนโขลงหรือกลุ่มช้างที่มาลงมาเลยก็มี กินตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำที่เขตทำขึ้นก็มี

ปัจจุบันทางอำเภอบุ่งคล้า ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ได้ตั้งคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาช้างป่า และตั้งกองทุนขึ้นมา แบบยั่งยืนโดยนำร่องเป็นอำเภอแรก มีนายอำเภอเป็นประธานและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆ ฝ่ายร่วมเป็นคณะกรรมการซึ่งจะมีการช่วยเหลือเป็นรายๆ ไป ซึ่งเงินก็ได้มาจากการบริจาคและการจัดกิจกรรมต่างๆ ส่วนการช่วยเหลืออย่างเป็นทางการก็จะอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาล หรือ อบต.ในพื้นที่ที่ประสบภัยจากช้างป่า

ฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ขอให้ระมัดระวัง ในช่วงนี้ช้างลงมาบ่อย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ก็จะมีชุดผลักดันช้าง คอยออกติดตามและคอยแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือการเกษตรอื่นๆ ถ้าช้างลงมาถี่ก็แจ้งให้งดเข้าพื้นที่ก่อน เพราะการผลักดันช้างให้กลับเข้าป่าไม่สามารถทำวันเดียวได้ โขลงช้างออกมาได้ทุกที่ทุกทาง ช้างอาจจะวนกลับมาอีก ซึ่งเราต้องเน้นความปลอดภัยของชาวบ้าน และของเจ้าหน้าที่ไปควบคู่กัน พร้อมกับแจกใบปลิว เบอร์โทรศัพท์หากพบเห็นช้างป่า สามารถแจ้งสายด่วน 1362 หรือ โทร 08-5464-6363 เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image