หน้าแรก ภูมิภาค เตรียมรับร่าง...

เตรียมรับร่าง ‘ดาบวิชัย’ ประกอบพิธีทางศาสนา พรุ่งนี้ ก่อนฌาปนกิจ 5 ธ.ค.

27.11.23 | 18:07 น.

ลูกสาวเตรียมรับร่าง ‘ดาบวิชัย’ ประกอบพิธีทางศาสนา พรุ่งนี้ ก่อนฌาปนกิจ วันที่ 5 ธ.ค. เผยทำเนียบรัฐบาลโทรสอบถามกำหนดการ

ศรีสะเกษ – สิ้นแล้วหมวดวิชัยคนบ้าปลูกต้นไม้ชื่อดังของไทยจากไปด้วยวัย 77 ปี หลังจากต้องรักษาโรคที่รุมเร้านานหลายปี ลูกสาวคนโตเตรียมพิธีฌาปนกิจคุณพ่อในวันที่ 5 ธ.ค.2566 ที่วัดศรีปรางค์กู่

จากกรณีที่ ดาบวิชัย หรือยศล่าสุด ​ร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ ซึ่งดาบวิชัยเป็นที่รู้จักกันในสังคมไทย จากการที่เขาเป็นผู้ปลูกต้นไม้มากกว่าสามล้านต้นในอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ จนสามารถทำให้อำเภอปรางค์กู่ อำเภอที่เคยจัดว่าแห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์​ เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

อ่านเพิ่มเติม:สุดอาลัย ดาบวิชัย คนบ้าปลูกต้นไม้ จากไปอย่างสงบ ลูกสาว บอกพ่อสั่ง อย่าเศร้า

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนสุริยุทธ เลขที่ 192 หมู่ 4 บ้านพิมาย ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ นางกฤษฏาวัลย์ สุริยุทธ อายุ 55 ปี ลูกสาวคนโตของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือที่รู้จักกันในนาม ดาบวิชัย นักปลูกต้นไม้ชื่อดังของประเทศไทย ร่วมกับครอบครัว ญาติพี่น้อง กางเต็นท์และจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้ อาสนะพระสงฆ์ และเครื่องเสียง เพื่อเตรียมจัดงานศพของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ นายตำรวจนักปลูกต้นไม้ชื่อดัง ซึ่งได้เสียชีวิตอย่างสงบที่ รพ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2566 เวลา 22.30 น. ที่ผ่านมา

Advertisement

นางกฤษฏาวัลย์กล่าวว่า คุณพ่อป่วยครั้งแรกด้วยโรคความดันเบาหวาน แล้วก็เป็นโรคไตและต้องทำการฟอกโรคไตเมื่อปี 2559 เป็นต้นมา จากนั้นก็ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบต้องทำบายพาส ซึ่งหนักมาก หลังจากนั้นต้องไปฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ล่าสุดเลยก็คือ เส้นเลือดในสมองตีบทำให้เป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ไปรักษาตัวที่ รพ.ศรีสะเกษ นานกว่า 3 เดือน จากนั้นก็ได้นำกลับมารักษาต่อที่บ้าน ขณะนั้นอาการของคุณพ่อก็เริ่มดีขึ้น เริ่มรับคำสั่งต่างๆ ได้ แต่ต่อมาเป็นแผลกดทับ ทำให้มีไข้แล้วก็มีอาการอาเจียน จึงได้รีบพาคุณพ่อไปที่โรงพยาบาลปรางค์กู่ จากนั้นโรงพยาบาลปรางค์กู่ได้ส่งต่อไปที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ไปอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุที่เสียชีวิตเนื่องจากเป็นแผลกดทับ

นางกฤษฏาวัลย์กล่าวว่า ขณะนี้ร่างของดาบวิชัยยังอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ โดยในเวลา 09.00 น.วันที่ 28 พ.ย.นี้ จะไปรับศพเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน ที่ ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของตน โดยจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. จากนั้นเวลา 19.00 น. จะสวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรก และประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 5 ธันวาคม 2566 ที่วัดศรีปรางค์กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 09-2427-0979

“ล่าสุดทางทำเนียบรัฐบาล ได้โทรศัพท์มาสอบถามถึงกำหนดการประกอบพิธีศพของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ ด้วย” นางกฤษฏาวัลย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ นักปลูกต้นไม้ชื่อดังของประเทศไทย เพจของพระไพศาล วิสาโล ประธานกรรมการมูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ได้โพสต์อาลัย “ดาบวิชัย” ปิดตำนานคนบ้าปลูกต้นไม้ จากไปด้วยวัย 77 ปี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 โดยประวัติ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือที่รู้จักกันในนามดาบวิชัย เป็นที่รู้จักจากการปลูกต้นไม้มากกว่า 2 ล้านต้น ใน อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ จนสามารถพลิกพื้นป่าที่แห้งแล้งที่สุด กลับมาเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ดาบวิชัยเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2489 ในพื้นที่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนทั้งหมด 6 คน บิดามารดา มีอาชีพชาวนา ฐานะทางบ้านจึงยากจน ขณะเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มารดาก็เสียชีวิต บิดาจึงต้องทำนาคนเดียว เขาจึงต้องรับจ้างทำงานสารพัด กระทั่งได้ศึกษาต่อที่ ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย ชีวิตข้าราชการตำรวจ หลังจบ ร.ร.พลตำรวจ 3 จ.นครราชสีมา ในปี พ.ศ.2511 ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจประจำ สภ.เมืองศรีสะเกษ ต่อมาในปี พ.ศ.2513 ย้ายมาประจำ สภ.ปรางค์กู่ กระทั่งในปี พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานยศเป็นกรณีพิเศษเป็น “ร้อยตำรวจตรี” จากการอุทิศตนต่อประเทศชาติ จนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.2549 ขณะดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ปรางค์กู่

ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2530 จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยระบุว่า อ.ปรางค์กู่ เป็นอำเภอที่ยากจนที่สุดใน จ.ศรีสะเกษ และ จ.ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย มีการปล้นชิงลักขโมยเป็นคดีความมากมาย ดาบวิชัยในฐานะผู้เติบโตมาในพื้นที่ และเจ้าพนักงานสอบสวนรับรู้ถึงปัญหามาตลอด จึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ให้ดีขึ้น จากความคิดของเขา ทำให้เขาตัดสินใจปลูกต้นไม้ เนื่องจากเห็นว่าจะผลที่จะตามมาจะเป็นผลที่ยั่งยืน เป็นประโยชน์ไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน พ.ศ.2531 เป็นต้นมา ทุกเช้าและหลังเลิกงานของวัน ดาบวิชัยจะขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนปลูกต้นไม้ไปตามพื้นที่ต่างๆ ใน อ.ปรางค์กู่ โดยในระยะแรก ในสายตาชาวบ้าน เขาถูกมองว่าเป็นคนบ้า แม้ว่าจะถูกสังคมมองไปในทางเช่นนั้น เขาก็ยังคงปลูกต้นไม้อยู่เรื่อยไป

พ.ศ.2541 เป็นต้นมา สังคมเริ่มเห็นผลจากการปลูกต้นไม้ของเขา เกิดโครงการปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะเพื่อส่วนรวมเกิดขึ้น ได้แก่ รณรงค์ปลูกต้นยางนา เพื่อเอาไว้สร้างบ้านเรือน รณรงค์ปลูกต้นตาล ซึ่งเป็นพืชสารพัดประโยชน์ รณรงค์ปลูกต้นคูน ต้นไม้ประจำภาคอีสานและประจำชาติไทย และรณรงค์ให้เปลี่ยนการทำนาปีเป็นไร่นาสวนผสม จน อ.ปรางค์กู่ กลายเป็นอำเภอที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งต้นไม้ที่เขาปลูกนั้นสามารถสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในอำเภอได้ พ.ศ.2543 ประชาคม อ.ปรางค์กู่ทั้ง 10 ตำบล ได้พร้อมใจกันลงมติให้ใช้ 4 โครงการรณรงค์ดังกล่าวเป็นคำขวัญของอำเภอปรางค์กู่ ที่ว่า “ปรางค์กู่อยู่ในป่ายางกลางดงตาล บานสะพรั่งดอกคูน บริบูรณ์ไร่นาสวนผสม”

หมวดวิชัยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย (บ.ม.) เมื่อปี พ.ศ.2526 ซึ่งหมวดวิชัยมักจะกล่าวเสมอว่า “…ผมว่าโลกของวัตถุเป็นสิ่งสมมุติทั้งนั้นแหละครับ ความสุขที่แท้จริง ก็อยู่กับธรรมชาติ และรู้จักเคารพธรรมชาติ ต้นไม้นี่ผมจะต้องปลูก ปลูกไปเรื่อยๆ ปลูกจนกว่าจะตาย…” และบ่อยครั้ง ร.ต.ต.วิชัยจะพูดว่า “ผมจากไป แต่ต้นไม้ยังอยู่” การจากไปของหมวดวิชัย คนบ้าปลูกต้นไม้ สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ครอบครัว และเครือข่ายนักอนุรักษ์ธรรมชาติของประเทศไทยทุกคนเป็นอย่างมาก