หน้าแรก ภูมิภาค ‘พรานนก...

‘พรานนก’ ยอมลงจากเขา กลัวแม่กับชาวบ้านเดือดร้อน ยันไม่ได้พา ‘เสี่ยแป้ง’ หนี-ส่งเสบียง

30.11.23 | 19:32 น.

‘พรานนก’ ยอมลงเขาแล้ว หลังซ่อนตัวบนบ้านตระ แสดงความบริสุทธิ์ใจ ยันไม่เกี่ยวข้องกับการพา ‘เสี่ยแป้ง’ หนี-ส่งเสบียง แต่ตกใจกลัวเจ้าหน้าที่แห่มากันมากเลยซ่อนตัว รู้จัก ‘เสี่ยแป้ง’ แค่ผิวเผิน

จากกรณีกระแสข่าว นายนก หรือ พรานนก ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายพริก สมุนของ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง ที่เสี่ยแป้งเคยมานอนพักที่บ้านนายพริก 1 คืนบนบ้านตระ หมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ก่อนหลบหนีไปอยู่ในเพิงพักที่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ชุดไล่ล่า โดยมีกระแสว่าพรานนกเป็นพรานป่าที่มีความชำนาญในการเดินป่าและมีวิชาอาคมอันดับต้นๆ ของบ้านตระ โดยหลังจากเจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการไล่ล่าเสี่ยแป้ง พรานนกได้หายตัวไปพร้อมกับนายพริกนั้น

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาการอยู่บริเวณน้ำตกโตนตก 5-6 นาย ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่นั้น เวลา 14.30 น. นายณัฐวุฒิ สังข์สุข นายอำเภอปะเหลียน ได้รับการประสานจากญาติของพรานนก ระบุว่า พรานนกต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพาเสี่ยแป้งหลบหนี หรือส่งเสบียง และพร้อมเดินทางลงจากบ้านตระมาพบผู้นำท้องที่

จึงมอบหมายให้ นายสานิตย์ ทองเส็ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านตระจำนวนหนึ่งนำรถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน ขึ้นไปรับพรานนกที่จุดนัดพบบนบ้านตระ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่งจึงกลับลงมาถึงทางเข้า บริเวณน้ำตกโตนตก

Advertisement

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีพรานนกซ้อนท้ายไปยังที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำตกโตนตกไปราว 2 กิโลเมตร โดยพรานนกสวมเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้า กางเกงขายาวคล้ายกางเกงทหาร สวมหมวกแก๊ปสีดำ

โดยเมื่อมาถึงที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน พรานนกได้พักผ่อนอิริยาบถ นั่งโต๊ะชงกาแฟดื่ม แต่ยังมีสีหน้าวิตกกังวล โดยมี นางดาววิภา เทิดประชา อายุ 64 ปี ผู้เป็นมารดาแท้ๆ เดินทางมาจาก อ.กงหรา จ.พัทลุง น.ส.ขวัญเรือน รองเดช แม่บุญธรรม อายุ 58 ปี ชาวบ้านตระ รวมถึงญาติของพรานนก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.หนองเอื้อง ร่วมพบปะพูดคุยกับพรานนก ทำให้พรานนกมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นและยิ้มได้

พรานนก หรือ นายภราดร จันทร์เทพ กล่าวว่า ตนอยู่ในหมู่บ้านตระ ขณะเกิดเหตุการณ์ไล่ล่าเสี่ยแป้งแต่ไม่พบ ตนกลัวเจ้าหน้าที่เพราะเจ้าหน้าที่มากันมาก และตนระแวงด้วย ส่วนที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าสแกนความร้อนพบว่าตนเดินอยู่ในเขาด้วยนั้น ตนไม่ไม่รู้เรื่อง เพราะอยู่แต่ในบ้าน อยู่แต่ในชุมชนบ้านตระ และอยู่ในบ้านคนเดียว แล้วชาวบ้านก็ให้ความช่วยเหลือ เพราะเป็นเพื่อนบ้านกันทั้งหมด

นายภราดรกล่าวว่า รู้จักเสี่ยแป้งแค่ผิวเผินและเคยเห็นเมื่อก่อนนานมาแล้ว แต่ตอนที่เสี่ยแป้งขึ้นไปอยู่ ตนไม่ได้เข้าไปร่วมกับเขา ตนแค่อยู่ในขนำ ที่ลงมาจากเขาเพราะให้ญาติพี่น้องได้สบายใจ

“ผมยืนยันว่าไม่ได้พานายแป้งขึ้นไปและหลบหนีลงมา รวมถึงไม่ได้ส่งเสบียงให้เสี่ยแป้งแต่อย่างใด ผมใช้ชีวิตอยู่บนบ้านตระ จากในข่าวที่บอกว่าผมเป็นคนพานายแป้งหลบหนีนั้นรู้สึกตกใจ อีกอย่างที่ผมลงมาเพราะแม่ขึ้นไปตามหา 2 รอบแล้ว เกรงใจชาวบ้านตระด้วยที่ผมไปพึ่งพา กลัวเขาจะเดือดร้อน และผมก็ไม่ได้ทำผิดอะไร” พรานนกยืนยัน

พรานนกกล่าวอีกว่า มีอาชีพทำสวนทั่วไป แล้วก็มีนำเที่ยวในป่าเขาบรรทัดเชิงอนุรักษ์ด้วย สามารถนำพานักท่องเที่ยวไปได้ทั่วเขาบรรทัด ที่ผ่านมาเคยพายูทูบเบอร์ชื่อดังสายใต้ “อยู่บ้านเรา ไม่ขึ้นเขาก็ลงเล” ไปสำรวจบ้านตระมาแล้วหลายครั้ง โดยตนจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน

“สำหรับเสี่ยแป้งนั้นชาวบ้านแถวนั้นเขารู้จัก ซึ่งเสี่ยแป้งดีกับคนทั่วไป ดีกับชาวบ้าน โดยส่วนตัวเสี่ยแป้งไม่ได้มีบ้านพักอยู่ข้างบน แต่มีเพียงขนำเล็กๆ ผมยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายแป้ง ลงมาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และที่ลงมาก็ทราบว่าแม่มาตามหาผม 2 รอบแล้ว และชาวบ้านก็กลัวด้วยว่าจะเป็นการช่วยกันปิดบังให้ผมหรือไม่ หลังจากนี้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมาก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ

“สำหรับ นายพริก และ บังเขียว กับผมนั้นเป็นญาติกัน ผมเป็นเพื่อนบ้านกันกับนายพริก บ้านอยู่ใกล้กัน แต่นายพริกไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังและไม่จอกันนานแล้ว ผมไม่ได้พาหนี ยังใช้ชีวิตปกติอยู่ข้างบน ชาวบ้านหลายคนก็เห็นผม เจ้าหน้าที่ก็เห็นผมปกติ ผมขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านตำรวจถามว่าจะไปไหน ผมก็ตอบไปว่าจะลงไปข้างล่าง แต่ก็ไม่ได้ลงเพราะเบรกรถเสีย ก็เลยจอดรถไว้ที่ขนำของชาวบ้าน แล้วผมก็ขึ้นกลับไปอีก” พรานนกกล่าว

พรานนกเล่าอีกว่า ที่ชาวบ้านเรียกตนว่า “พรานนก” เพราะเคยประกอบอาชีพพรานมาก่อน แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็นนำเที่ยวป่า พาคนไปรู้จักแหล่งธรรมชาติ พาไปเที่ยวบนเทือกเขาบรรทัด จะนำคนไปเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ทั้งสระมรณะ เที่ยวถ้ำ ชมพรรณไม้ ส่วนใหญ่ที่พาไปเที่ยวจะเป็นนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีไปเป็นกลุ่มจะไม่เกิน 3 คืน ขึ้นอยู่กับระยะทาง

ด้านนางดาววิภากล่าวว่า ตามข่าวที่บอกว่าพรานนกเป็นคนพาเสี่ยแป้งหนีและส่งเสบียงให้เสี่ยแป้ง เชื่อว่าลูกชายไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้น เพราะลูกชายกลัวจะติดเรื่องไปด้วย ลูกชายจะไม่ข้องแวะด้วย ส่วนเหตุผลที่ลูกหลบซ่อนตัวนั้น เนื่องจากลูกไม่ทราบว่าแม่ขึ้นไปตามหาด้วย ซึ่งลูกชายก็ทำสวนปกติ ใครไปใครมาก็หุงข้าวให้กิน เป็นเรื่องธรรมดาของชาวบ้านตระที่มีน้ำใจ ส่วนตัวแม่เองอยู่ด้านล่างที่ จ.พัทลุง

นางดาววิภากล่าวอีกว่า ถ้ามีพรานนำทางเสี่ยแป้งก็จะอยู่ได้เป็นเดือน แต่หลังจากที่มีข่าวว่าเสี่ยแป้งไม่ได้อยู่ในบ้านตระ ลูกชายตนก็บริสุทธิ์แล้ว แม่เชื่อมั่นว่าลูกบริสุทธิ์อยู่แล้ว