หน้าแรก ภูมิภาค ช้าง 130 ตัว ...

ช้าง 130 ตัว ยังกลับป่าไม่ได้ วอนผู้ว่าฯไกล่เกลี่ย หลังชาวบ้าน หวั่นพื้นที่เกษตรเสียหาย

4.12.23 | 17:41 น.
default

อาสาสมัครชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธู์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ผลักดันโขลงช้างป่ากว่า 130 ตัวกลับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ไม่สำเร็จ เหตุ ชาวบ้านเกรงพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย จุดปะทัดยักษ์-ตั้งกำแพงรถดักทางโขลงช้าง หวั่น บานปลาย วอน จังหวัดเข้าช่วยเหลือ

เมื่อวันนี้ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ที่บ้านคลองยางหมู่ 11 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ในพื้นที่ป่าสะเดา บนเนื้อที่มากว่า 700 ไร่เศษ (ที่ดินสัมปทานกรมป่าไม้เดิม) องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเขาไม้แก้ว (อบต.) และองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง (อบต.) อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ในพื้นที่ป่าราบต่ำผืนสุดท้ายของไทย ในเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก (จ.ฉะเชิงเทรา, จ.สระแก้ว, จ.จันทบุรี, จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี) ได้บูรณาการร่วมกันผลักดันโขลงช้างป่า ที่อพยพข้ามฝั่งจาก จ.ฉะเชิงเทรา เข้ามาหากินในป่าอ้อยของเกษตรกร

โดยเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังเป็น 3 ชุด ประกอบด้วย ทีมบล็อกพื้นที่โขลงช้างป่า, ทีมเดินเท้าและใช้รถกระบะ -รถไถ เพื่อการเกษตรผลักดัน-ติดตาม และใช้โดรนความร้อนบินสำรวจ เพื่อค้นหาติดตามตำแหน่งโขลงช้างป่า ซึ่งช้างป่าจำนวนมากกว่า 130 กว่าตัว (+) หากินอยู่ในป่าอ้อย ของชาวบ้าน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้จุดประทัดผลักดันเพื่อให้ช้างป่าออกจากพื้นที่ แต่ผลกลับทำให้โขลงช้างป่าแตกโขลงเป็น 2 โขลงใหญ่ โขลงแรกมุ่งหน้าไปบ้านคลองตามั่น ต.เขาไม้แก้ว โขลงที่ 2 มุ่งหนาไปบ้านเนินจินดาและบ้านโคกไม้แดง ต.วังท่าช้าง นอกจานี้ ยังพบว่า มีช้างเพศผู้กำลังตกมัน 2 ตัว หากิน-คุมขบวนอยู่ท้ายโขลง ขณะที่กำลังปฏิบัติการผลักดัน ช้างป่าได้เข้าไปอยู่ในป่ายูคาลิปตัส และแยกตัวออกจากฝูงใหญ่เป็น 3 กลุ่ม ดังกล่าวข้างต้น และย้อนกลับมายังที่จุดเดิมในพื้นที่ป่าสะเดา บนเนื้อที่มากว่า 700 ไร่เศษ

Advertisement

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามผลักดันออกจากพื้นที่ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากช้างป่าตัวใหญ่ อ้อมไปทางด้านหลังของเจ้าหน้าที่ เกรงว่าช้างอาจชาร์จได้ ทั้งนี้ยังพบว่า ฝั่งตรงข้ามคือพื้นที่แถบหมู่บ้านห้วยกระโดด และหม่บ้านหนองใหญ่ ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เขตรอยต่อกับ จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากเกรงว่าช้างจะทำลายพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ที่เป็นทางผ่าน เพื่อป้องกันไม่ให้โขลงช้างป่าย้อนกลับไป จึงได้บล็อกพื้นที่ โดยการจุดปะทัดยักษ์ และยังนำยวดยานทางการเกษตร อาทิ รถพ่วง รถไถ รถสิบล้อมาขวางทางผ่านโขลงช้างป่า เจ้าหน้าที่จึงยุติการค้นหาเพื่อความปลอดภัย

ป้าสายรุ้ง สุทธิโต อายุ 47 ปี ชาวบ้านบ้านคลองยางกล่าวว่า ได้ยินเสียงช้างร้องอยู่หลังบ้านหลายวันแล้ว ด้วยความกลัว จึงใช้เชือกขึงบริเวณหน้าบ้านซึ่งติดกับถนน ซึ่งเป็นทางผ่านของช้างป่าที่เคยผ่านหน้าบ้านเมื่อ 2 ปีติดต่อกันที่ผ่านมา กลัวช้างมากเพราะอยู่บ้านคนเดียวนอนตี 2 ทุกคืน

นายอุเทน ฉายาพัด เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน (ปภ.) อบต.เขาไม้แก้ว กล่าวว่า นายประยูร สมโภช นายก อบต.เขาไม้แก้ว สั่งให้ออกมาเฝ้าระวัง และผลักดันช้างป่าที่มาหากินอยู่ในพื้นที่ ซึ่งได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีช้างป่ามาหากินอยู่ในป่าอ้อยมากกว่า 100 ตัว (+) ทำให้พืชผลการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหาย

จึงจัดเจ้าหน้าที่ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ฯ และชุดผลักดัน อบต.วังท่าช้าง ร่วมกันผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ แต่ก็ไม่สามารถผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากช้างแตกฝูงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อ และมีช้างตัวใหญ่คุมหลังอยู่ 2 ตัว ฝูงช้างป่าออกจากป่าอ้อยกระจายไปอยู่ในป่ายูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่ จึงยุติการผลักดัน เนื่องจากทราบว่าฝูงช้างป่าอีก 30 ตัว เข้ามาหาฝูงใหญ่ จึงยุติการค้นหาเมื่อกลางดึก เวลา 22.00 น.

นายสุนทร คมคาย จิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่ากล่าวว่า โขลงช้างป่าเข้ามาหากินในพื้นที่ร้อยกว่าตัว จึงได้ร่วมกับชุดผลักดันช้างป่าวังท่าช้าง และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ฯ ผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ก็ไม่สามารถผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากการผลักดันของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้ผลักดันช้างกลับไปกลับมา เพราะไม่อยากให้ฝูงช้างกัดกินและทำลายพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน

การทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันขาดการประสานงานจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งระดับอำเภอและผู้ว่าฯใน 2 จังหวัด อยากให้ทางอำเภอและจังหวัด เข้ามาช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่ระดับล่างด้วย เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาได้ร่วมกันผลักดันมาแล้วก่อนหน้า และในคืนนี้จะร่วมกันผลักดันต่อไป