ชาวไร่อ้อยเฮ ได้เงินสนับสนุน 120 บาทต่อตัน วอนหาแรงงานต่างด้าวตัดอ้อยงดเผาลด PM 2.5
วันที่ 5 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี มติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ จ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตามโครงการ ในอัตราไม่เกิน 120 บาทต่อตัน เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถดำเนินการเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี และนำไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดที่ทำให้เกิดการลักลอบเผาอ้อย ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสนับสนุนดังกล่าวจะเป็นแนวทางในการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้สามารถดำเนินการเก็บเกี่ยวอ้อยสดและนำไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเก็บเกี่ยวอ้อยสด
โดยพื้นที่สกลนครและนครพนม มีพื้นที่เพาะปลูกอ้อยประมาณ 45,000 ไร่ โดยมีชาวไร้อ้อยประมาณ 1,750 คน ในฤดูกาลผลิตปี 2566-2567 กำลังการผลิตที่จะส่งให้กำลังโรงงานผลิตในพื้นที่โดยบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรมจำกัดจังหวัดสกลนคร และภายหลัง ครม.อนุมัติ ต่างสร้างความดีใจต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพราะจะนำไปต่อยอดในการลงทุ่นการผลิตโดยเฉพาะช่วงเก็บเกี่ยวผลิต ซึ่งโรงงานไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จะเปิดหีบการผลิตในวันที่ 11 ธันวาคม 2566
ในเรื่องนี้นายชัยมงคล ไชยรบ ส.ส.สกลนคร เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ และนายกสมาคมชาวไร้อ้อย จ.สกลนคร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ที่ได้อนุมัติเงินให้กับชาวไร่อ้อยตันละ 120 บาทในฤดูการผลิต 65/66 ซึ่งเป็นเงินค้างจ่ายชาวไร่ที่รอคอยด้วยระยะเวลาอันยาวนานซึ่งก็จะเป็นทุนในการที่จะทำไร่อ้อยประสบความสำเร็จ ซึ่งขณะนี้การลงทุนของชาวไร่อ้อยนั้นค่อนข้างมีต้นทุนที่สูงพอได้รับเงิน 120 บาทต่อตัน ก็จะเป็นแรงจูงใจอยู่หลายประการ ประการแรก เชื่อมั่นว่าการเผาอ้อยจะลดลง PM 2.5 เนื่องจากชาวไร่อ้อยได้เข้าใจผลเสียจากการเผาอ้อย และเงินส่วนนี้ก็จะเป็นการที่จะส่งเสริมให้ชาวไร่ได้ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานในตนฐานะที่เป็นนายกสมาคมชาวไร่อ้อยเราได้สอบถามกันทุกคนต่างดีใจแล้วฝากขอบคุณท่านนายกด้วยความจริงใจว่าท่านยังไม่ทิ้งไม่ลืมชาวไร่อ้อย
นายชัยมงคล กล่าวว่า และผลจกการส่งเสริมจากรัฐบาลจะทำให้เกษตรกรในภาคอีสาน สนใจที่จะมาปลูกอ้อยเพราะว่าในวันนี้เราต้องยอมรับว่าอ้อยเป็นพืชที่สามารถรู้ราคาล่วงหน้าแตกต่างจากพืชอย่างอื่นผลผลิตทางการเกษตรนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าวเป็นมันหรือเป็นอย่างอื่นเราไม่สามารถรู้ราคาล่วงหน้าได้แต่อ้อยจะทราบราคาล่วงหน้าแล้วก็มีเงินสนับสนุนอยู่หลายประการ ตนก็เชื่อมั่นว่าท่านนายกฯได้พูดอยู่ในสภาวันที่มีการแถลงนโยบายท่านบอกว่าจะหาพืชที่เหมาะสมเพื่อลดพื้นที่การปลูกข้าวลง
เพราะฉะนั้นในวันนี้ อ้อยอาจจะเป็นตัวทดแทนข้าวได้ประการหนึ่งที่จะทำให้พี่น้องชาวเกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากได้เพราะเราทำนาเราได้เห็นว่าปัญหาหนี้สินมีมากมายและรัฐบาลก็ต้องทุ่มเทงบประมาณไม่ว่าจะเป็นไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งได้ใช้เงินจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือชาวนาเพราะฉะนั้นอ้อยอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ให้หลักประกันกับพี่น้องชาวเกษตรกรทั้งหลาย อ้อยคือพืชที่สามารถทราบราคาล่วงหน้าได้และเรื่องการขายมีที่ขายที่แน่นอนชัดเจน
นายชัยมงคล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้อยากสะท้อนปัญหาอีกเรื่องก็คือปัญหาแรงงาน จริงอยู่ว่ารัฐบาลต้องการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ที่ใช้เครื่องจักรมาเป็นการดำเนินการแต่ข้อเท็จจริงแปลงอ้อยไม่ใช่แปลงขนาดใหญ่ขนาดนั้นเกษตรแปลงใหญ่ยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่รัฐบาลตั้งไว้
การส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อยปลูกอ้อยนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือแรงงานเราต้องยอมรับประการหนึ่งว่าวันนี้แรงงานไทยมีสัดส่วนที่ตัดอ้อยน้อยมากแล้วก็มีข้อต่อรองว่าถ้าเผาอ้อยถึงจะตัดอ้อย เพราะอย่างงั้นเราต้องการแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาเป็นการชั่วคราว วันนี้รัฐบาลต้องมองความสำคัญเรื่องนี้เพราะปกติแรงงานต่างด้าวจะเข้ามาได้เฉพาะริมตะเข็บชายแดน จ.สกลนคร นั้นไม่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านจะทำยังไงให้มีแรงงานชาวไร่อ้อยเข้ามาทำงานที่นี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็อยากให้รัฐบาลหาแนวทางในการช่วยเหลือชาวไร่อ้อย เชื่อว่าถ้าเราสามารถนำแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาตัดอ้อยได้การเผาอ้อยจะหมดไปในอนาคต



