‘พระพยอม’ ดึงสติคนกราบ น้องไนซ์ เด็กอ้างตัวเป็นร่างอวตาร แนะอย่าหลงใหล จนลืมพระรัตนตรัย

‘พระพยอม’ เตือนสติอย่าลืมพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง หลังผู้คนแห่เชื่อเด็กชายวัย 8 ขวบอ้างตัวเป็นบุตร พระศายกมุนี และร่างอวตารเพชรภัทรนาคานาคราช

จากกรณีที่อาจารย์น้องไนซ์ เทวานิรมิตจุติ เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่อ้างตนว่าเป็นร่างอวตารองค์เพชรภัทรนาคานาคราช และบุตรของพระศายกมุนี จนกลายเป็นผู้ทรงภูมิความรู้ด้านวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเผยแผ่ธรรมะด้านวิปัสสนากรรมฐานให้ผู้ที่สนใจจนโด่งดัง และมีผู้คนติดตามในแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ล่าสุด ได้จัดกิจกรรม เวิร์กช็อปวิปัสสนาในชื่อว่า “เชื่อม ต่อยอด ขจัด เคลียร์” ที่จะปรับกลยุทธ์การสอนวิปัสสนาที่เข้มข้นกว่าเดิม เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมาในจ.ภูเก็ต โดยมีผู้คนแห่ไปเข้าร่วมกิจกรรมหลายร้อยคนนั้น

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 6 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามความคิดเห็นกับ พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ในเรื่องดังกล่าว โดยพระพยอม กล่าวว่า บุตรของพระพุทธเจ้านั้นไม่มี มีแต่บุตรของสิทธัตถะที่ชื่อราหุล แต่ก็มีบางคำที่ถูกนำมาใช้คือคำว่า พุทธบุตร ซึ่งแปลว่าบุตรสาวกของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ค่อยนิยมนำมาใช้กัน เรื่องการรู้ธรรมหรือทรงภูมิธรรมได้ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น อาจจะมีอัจฉริยะเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่งมากกว่าเด็กคนอื่นหรือระลึกได้มากกว่า ก็เลยสร้างปาฎิหารย์ได้มากกว่าเด็กคนอื่น ทำให้คนเชื่อถือได้มากกว่าเด็กคนอื่น ๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเด็กรุ่นใหม่สมัยนี้พูดแสดงแฝงธรรมได้ดีกว่าซึ่งยุคก่อนไม่มี คนก็เลยแตกตื่นกัน

“เรื่องนี้คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าเพิ่งรีบรับและอย่าเพิ่งรีบปฎิเสธ เพราะถ้ารีบรับไปแล้วเกิดล้มเหลวตามมาก็จะกลายเป็นถูกลวง แต่ถ้ารีบปฎิเสธเลยเกิดเขามีดีจริงเราก็เสียโอกาสไป สู้ว่าลองตามดูเขาไปก่อนแต่อย่าไปหลงใหลจนลืมพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไป ตอนนี้เขายังเป็นเด็กอยู่ยังมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงต่างๆอยู่อีกมาก อาจจะไปรุ่งเรืองหรือตกต่ำลงมาก็ได้” พระพยอม กล่าว

Advertisement

พระพยอม กล่าวว่า เรื่องที่เห็นว่ามีผู้ใหญ่ที่อาวุโสกว่าไปกราบไหว้เด็กชายนั้น เป็นการกราบไหว้คุณธรรมที่สูงกว่าตามที่เขาเชื่อกันมา เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มาจากผู้คนทำไปตามความเชื่อในเรื่องอย่างนี้ เพราะไม่ค่อยเข้าวัดเข้าวา จนขาดพื้นฐานความรู้ในเรื่องธรรมะจนมีไม่เพียงพอ ก็เลยอยากรู้อยากเรียนอะไรที่มันข้ามขั้น ไม่อยากรู้อะไรที่มันลึกซึ้งในพระไตรปิฎก ก็เลยอยากรู้อะไรในเรื่องฉาบฉวยแบบนี้ ส่วนเรื่องปัจจัตตังนั้น เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านตรงตรัสรู้ได้ด้วยตัวของท่านเองมาก่อน จากนั้นคนรุ่นหลังต่อ ๆ มาก็มาตามหลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปเท่านั้น รู้ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น ไม่มีใครรู้ลึกซึ้งมาก่อน เรื่องปัจจัตตังกับคนทั่วไปอาจจะมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้

“อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องหวือหวาหรือข่าวลือ ให้ตามดูกันในระยะยาว จะได้ไม่ผิดหวัง ไม่พลาดพลั้ง ให้อยู่กับหลักที่ว่าไม่รีบรับและไม่รีบปฎิเสธ ให้ดูเหตุดูผล ดูกาลเวลา ดูความเป็นไปได้ พิสูจน์ได้ ไม่ใช่มาแวปเดียวแล้วก็หายไปอย่างที่ผ่าน ๆ มา” พระพยอม กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image