หน้าแรก ภูมิภาค จเรตร. เลื่อน...

จเรตร. เลื่อนนัดสัมภาษณ์ อ้างรอรวมหลักฐาน เอาผิดขบวนการสร้างเรื่องครูแพะ

18.01.17 | 16:58 น.

เริ่มวุ่น! คดีครูแพะส่อพลิก ตร.จ่อแจ้งความเอาผิดขบวนการรับผิดแทน จเรตำรวจ เลื่อนนัดสัมภาษณ์ พบข้อมูลเชิงลึกมีพิรุธหลายจุดทีมรับผิด

คดีครูจอมทรัพย์ อ้างเป็นแพะวุ่นหนัก ส่อพลิก หลังตำรวจโต้ มีหลักฐานเด็ด เตรียมเอาผิดขบวนการรับจ้างรับผิดแทน จเรตำรวจ เลื่อนนัดสัมภาษณ์ รอรวบรมหลักฐาน ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก มีเจ้าของรถกระบะในคดี โผล่ให้ข้อมูล ว่าครอบครองช่วงเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี ข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร ที่ออกมาร้องทุกข์กับกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะ ในคดีอุบัติเหตุขับรถประมาทชนคนตาย คือ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ซึ่งปั่นจักรยาน เหตุเกิดบนถนน ในพื้นที่ ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม ตั้งแต่ปี 2548 จนกระทั่ง มีการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ถึง 3 ศาล ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ส่วนชั้นอุทรณ์ยกฟ้อง และศาลฎีกายืนตามศาลชั้นต้น พิพากษา นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2557 แต่หลังได้รับการอภัยโทษออกมา รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ได้เข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะ เป็นที่มาของ ศาลอุทรณ์ภาค 4 ให้มีการรื้อคดีพิจารณาใหม่ ซึ่งศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดสืบพยาน ทั้งฝ่ายผู้ร้อง และฝ่ายคัดค้าน ในระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

จนกระทั่งกลายเป็นกระแสสังคม เนื่องจากมีข่าวแพร่ออกไปตามสื่อ รวมถึงโลกโซเชียล และเป็นที่สนใจของสังคมเป็นอย่างมาก หลังทางหน่วยงานตำรวจ ออกมาโต้แย้งว่า ได้มีการดำเนินคดีถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และมั่นใจว่า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี เป็นผู้กระทำผิดจริง พร้อมออกมาเปิดเผยยืนยันว่า มีการสร้างเรื่อง รวมถึงการว่าจ้างให้ผู้อื่นมารับผิดแทน ภายหลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน และจะมีการแจ้งความเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ในขบวนการสร้างแพะ ภายในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันทางด้าน นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี ยังยืนยันว่า มีความบริสุทธิ์ใจ และตกเป็นแพะจริง พร้อมจะมีการต่อสู้หาความเป็นธรรม ให้ถึงที่สุด

ล่าสุดเช้าวันนี้ ทางด้าน พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาประชุม ร่วมกับ พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รักษาการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปติดตามความคืบหน้า เกี่ยวกับการรวบรวมหลักฐาน เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน เปิดโปงขบวนการรับจ้างทำผิดแทน ซึ่งทาง พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจ ได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับส่วนเกี่ยวข้อง และจะมีการเปิดเผยให้สัมภาษณ์ เป็นทางการอีกครั้ง แต่วันนี้ได้เลื่อนการให้สัมภาษณ์ รอความพร้อมในเรื่องเอกสารหลักฐาน

Advertisement

ขณะเดียวกันทางผู้สื่อข่าว ได้มีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีดังกล่าว พบว่ามี มีบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดี และเป็นกุญแจสำคัญ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เริ่มจาก เชื่อว่า นายสุริยา นวนเจริญ บ้านอยู่ อ.พรรณาณิคม จ.สกลนคร ในฐานะตัวแทนครูจอมทรัพย์ ได้มาติดต่อ ให้ นายเสริฐ รูปสะอาด อายุ 53 ปี ชาว ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร พร้อมด้วย นายสับ วาปี อายุ 61 ปี บ้านอยู่ ต.กุดแข้ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งออกมาอ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริงในคดี พบมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับค้าไม้หวงห้าม เมื่อปี 2557 เพื่อออกมารับสารภาพรับผิดแทน นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้อ้างว่าตกเป็นแพะ ในช่วงระหว่างการต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์ และมีข้อมูลว่ามีการว่าจ้าง เป็นเงินจำนวนหนึ่ง จนกระทั่งมีการออกมาเปิดเผยว่า เป็นผู้กระทำผิดจริง

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบเอกสารในการดำเนินคดีเชิงลึกกับพบว่า เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2556 ทางด้าน นายสุริยา นวนเจริญ ได้พา นายเสริฐ รูปสะอาด อายุ 53 ปี พร้อมด้วย นายสับ วาปี อายุ 61 ปี เข้าไปพบพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เรณูนคร ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบในการดำเนินคดี ในปี 2548 โดยมีการยืนยันในเอกสารว่า กับทางตำรวจว่า นายสับ วาปี เป็นเจ้าของรถยนต์อีซูซุ รุ่นเก่า สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร แต่มีการขายให้ นายเสริฐ รูปสะอาด ไปแล้ว และยืนยันว่าเป็นคนขับรถ รถคันดังกล่าวไปเกิดอุบัติเหตุชนรถจักรยาน ทำให้ นายเหลือ พ่อบำรุง ที่ปั่น จักรยานเสียชีวิต บริเวณบ้านสร้างเม็ก ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 ซึ่งต้องการออกมาแสดงความรับผิดชอบ และช่วยเหลือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร จนกระทั่งภายหลัง ทางนายสับ วาปี ได้ออกมารับสารภาพว่าได้เป็นคนขับรถชนในวันเกิดเหตุ ซึ่งถือว่ามีข้อขัดแย้งกัน ในทางหลักฐาน

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดหาร ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้มีการซื้อรถยนต์ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร มาจาก นายรัน โทนแก้ว อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.กุดเข้ อ.เมืองมุกดาหาร โดยก่อนนี้ได้ซื้อมาจาก นายสับ วาปี แต่ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ เอกสารครอบครองยังเป็นชื่อ นายสับ วาปี ภายหลัง นายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี ได้ไปซื้อมาจาก นายรัน โทนแก้ว อายุ 65 ปี ใช้งานในช่วงปี 2547 ถึงปี 2550 ขายไปให้กับคืนอื่นอีกทอด เพราะสภาพเก่ามาก และไม่ได้มีใครใช้รถนอกจากตน โดยข้อมูลดังกล่าว เชื่อว่าจะเป็นหลักฐานสำคัญในการนำไปเป็นหลักฐานในการหักล้างกับคำกล่าวอ้างของครูจอมทรัพย์ ว่าตกเป็นแพะไม่ได้กระทำผิดจริง และอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมจะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่สร้างเรื่อง ช่วยเหลือนางจอมทรัพย์