หน้าแรก ภูมิภาค โจรหิวจัด ย่อ...

โจรหิวจัด ย่องกินหมี่ซั่ว ก่อนเดินรอบหอพักหวังลักทรัพย์ สุดผวา เคยติดคุกคดีอนาจารสาว

8.12.23 | 17:23 น.

โจรหิวจัด ย่องกินหมี่ซั่ว ก่อนเดินรอบหอพักหวังลักทรัพย์ สุดผวา เคยติดคุกคดีอนาจารสาว

กรณีเจ้าของหอพักกลางเมืองอุดรธานี โพสต์ภาพวงจรปิดคนร้ายเข้าหอพัก เข้าไปลักกินข้าว และเดินขึ้นหอพักไปผลักประตูห้องทุกห้อง แถมยังลักเอากุญแจห้องพักไปด้วย โดยในคลิปมีผู้ชายผอมโซย่องเข้ามาลักกินข้าว ก่อนย่องเปิดประตูหอพัก แต่ไม่สำเร็จ เหตุเกิดเวลา 04.30 น. วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา และพยายามติดตามตัว กระทั่งเย็นวันเดียวกันพบคนร้ายเดินวนเวียนอยู่แถวสี่แยกวิทยาลัยพละ จึงติดตามไปจนพบและสอบถาม อ้างว่าตกงาน หิวข้าว แต่ตำรวจยังจับกุมไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ไปแจ้งความ จึงอยากโพสต์เตือนภัยให้ผู้ที่เช่าหอพัก ล๊อคห้องจากภายในทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ต่อมาเวลา 12.00 น.วันที่ 8 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หอพักไม่มีชื่อ ซึ่งเป็นหอพักที่เกิดเหตุ พบนางกัลยาณี แก้วสุริยะ อายุ 46 ปี เจ้าของหอพัก และ น.ส.อาย อายุ 25 ปี ลูกสะใภ้ ได้พาไปดูจุดที่คนร้ายเดินเข้ามาหยิบเอาหมี่ซั่วไปกินด้วยความหิวโหย เสร็จแล้วเดินไปหอพัก เดินไปผลักประตูห้อง และคนร้ายได้หยิบเอากุญแจห้องที่ 10 ซึ่งเจ้าของลืมไว้ที่วางรองเท้า เอามาไขกุญแจแต่เปิดไม่ได้เพราะห้องล๊อคกลอนจากภายใน แต่คนร้ายหยิบเอากุญแจไปด้วย

คนร้ายได้เดินขึ้นบันไดไปชั้นที่ 2 ซึ่งไปเขย่าประตูห้องเจ้าของหอพัก เพราะประตูล็อกกลอนด้านใน และพยายามผลักประตูห้องพักทุกคน แต่เข้าไม่ได้ จากนั้นก็เดินลงมาเลี้ยวไปหอพักใกล้กัน ขึ้นไปชั้นสอง ไปเขย่าประตูห้องทั้ง 4 ห้อง ไม่สามารถเข้าได้ ก็เดินกลับมาที่หอพักเดิม ก็เขย่าประตูห้องพักอีก 4 ห้อง แต่เข้าไม่ได้ จากนั้นก็คนกองเสื้อผ้าที่ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ เมื่อไม่ได้ก็เดินออกจากหอพักไปท้ายซอย

Advertisement

นางกัลยาณี เล่าว่า คืนเกิดเหตุ ตนนอนอยู่บนห้องพักชั้น 2 มีผู้เช่าห้องที่ 4 ส่งข้อความทางไลน์มาบอกว่าเวลา 01.00 น.ว่านอนไม่หลับเพราะห้องข้างๆ เสียงดัง พอตื่นเช้าตนจึงมาดูภาพจากกล้องวงจรปิดว่าทำไมจึงเสียงดัง ก็พบว่าผู้เช่าเข้าออกหอพักตามปกติ และไม่ได้เสียงดัง แต่เวลา 04.30 น. ก็พบคนร้ายเป็นผู้ชายเดินเข้ามาในหอพัก เปิดฝาชีครอบอาหารบนโต๊ะ หยิบเอากล่องอาหารเปิดกินๆ เป็นหมี่ซั่วที่เพิ่งซื้อมาช่วงตอนเย็น พร้อมกับเดินดูหอพัก และเดินไปผลักประตูห้องพักทุกห้องรวมทั้งชั้น 2 ซักพักก็มานั่งเล่นและส่องดูตู้กระจกว่ามีอะไรอยู่ในตู้ ซึ่งไม่มีของสำคัญที่จะขายได้ เสร็จแล้วก็ไปหอใหม่ ขึ้นไปผลักประตูห้องของตน เอาหูแนบฟังว่ามีใครอยู่หรือไม่ และบิดลูกบิด พอเข้าไม่ได้ก็ออกมา ผลักประตูทุกห้อง จนถึงห้องที่ 10 ที่ลืมวางกุญแจไว้ แต่ก็เข้าไม่ได้เพราะเจ้าของล๊อคกลอนจากด้านใน

นางกัลยาณี เล่าต่อว่า พอผู้เช่าห้องที่ 10 ออกจากห้องมา ก็สงสัยว่าทำไมประตูไม่ได้ล๊อค ตนจึงส่งคลิปไปแจ้งเตือนทุกห้องว่าอันตราย ให้ทุกคนล๊อกกลอนจากภายใน ซึ่งผู้เช่าห้องที่ 10 แจ้งกลับมาว่า คนร้ายเอากุญแจห้องไปด้วย ซึ่งช่วงเช้าตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามหาคนร้ายทั่วเมืองอุดรธานีแต่ก็ไม่พบ แต่พอตกบ่ายหลานสาวขับรถกลับบ้านได้โทรมาบอกตนว่า พบคนร้ายที่อยู่ในคลิปนั่งอยู่แถวสี่แยกวิทยาลัยพละ (แยกกุดจับ) และถ่ายรูปส่งมาให้ดู จึงให้สามีตามไปดู

นางกัลยาณี เล่าต่ออีกว่า ปรากฏว่าพบตัวจริงๆ จึงแจ้งสายตรวจพาเข้าไปพูดคุยสอบถาม ชายคนดังกล่าวสะพายเป้มีรองเท้าและมีกุญแจห้องเบอร์ 10 อยู่ด้วย สามีจึงยึดกุญแจกลับมา จากการสอบถาม อ้างว่าชื่อนายนที อายุ 26 ปี เคยทำงานที่กรุงเทพ แต่ตกงานในช่วงโควิด จึงกลับมาอุดรธานี และให้การรับสารภาพได้เข้าไปในหอพักจริงเพราะหิวข้าว สามีจึงถามว่าเมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ทำไมไม่เดินออกไป ทำไมต้องไปผลักประตูห้องนั้น ห้องนี้ เขาตอบไม่ได้ ซึ่งตนก็ยังไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดี จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีไม่ได้

“อยากเตือนภัยผู้ที่อาศัยอยู่ตามหอพักว่า เวลาจะออกจากห้องไปไหน หรือกลับเข้ามาในห้องแล้ว ให้ล๊อคกลอน ล๊อคลูกบิดประตูให้เรียบร้อย ก่อนจะกินข้าว อาบน้ำนอน และให้ล๊อครถจักรยานยนต์ทุกคัน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”

ส่วนนายขวัญ อายุ 35 ปี พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว ภายในซอยเล่าว่า ตนเคยเห็นผู้ชายที่เข้าไปในหอพัก 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พบเวลา 04.00 น. ที่หน้าหอพักที่เกิดเหตุ ตนไม่กล้าสอบถามเพราะกลัวจะมีอาวุธ ซึ่งการแต่งกายจะคล้ายกับคนไร้บ้าน ใส่เสื้อคลุมมีฮู๊ดสีฟ้า มีกระเป๋าเป้สีดำ เดินไปเดินมา และครั้งล่าสุดก็พบในเวลาเดิม เดินไปมาภายในซอย ซึ่งตนก็ระมัดระวังทรัพย์สิน ต้องเก็บสิ่งของที่ใช้ทำมาหากินไว้ในบ้าน ซึ่งอยากให้ตำรวจจับกุมไปดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายนที อายุ 26 ปี ชาวบ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งตามประวัติอาชญากรรม เคยก่อเหตุ บุกรุกและกระทำอนาจาร ในหอพักแห่งหนึ่งใน จ.อุดรานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 และถูกตำรวจจับเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 และจากการตรวจสอบพบว่าเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำในคดีดังกล่าวได้ไม่ได้ แต่ก็กลับมาตะเวนก่อเหตุลักษณะเดิมอีก