แม่ ‘โค้ชฟุตบอล’ อนาจารเด็กชาย ไม่เชื่อลูกทำจริง เด็กเผยอีกเคยถูกบีบให้กินบวบ

15.12.23 | 21:16 น.

ญาติโค้ชฟุตบอลถูกจับอนาจารเด็กชาย ไม่เชื่อทำจริง ช็อก กลุ่มเด็กเผยถูกบังคับให้อมบวบ

จากกรณี แม่ ด.ช.เอ และ ด.ช.บี นักเรียนชั้น ป.4 อายุ 10 ขวบ ชาว อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี เข้าร้องเรียน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา ให้ช่วยลูกชายออกจากขุมนรก หลังถูกโค้ชฟุตบอลและผู้สนับสนุน 2 คน ร่วมกันข่มขืน พาตระเวนไปแข่งขันต่างจังหวัด และพักตามโรงแรมรีสอร์ตถ่ายคลิปข่มขู่เป็นเวลาแรมปี จนไม่อยากเป็นนักกีฬาฟุตบอล และไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อครูสอบถามจึงเล่าให้ครูฟัง ครูได้เล่าให้ผู้ปกครองฟัง และขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา ซึ่งได้ประสานตำรวจ ปคม.สอบสวนนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจับกุมโค้ชและผู้สนับสนุน ได้พร้อมของกลางเพียบทั้งคลิปวิดีโอ รูปภาพ สื่อลามกเด็ก เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 คาดว่าจะมีเด็กตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ซึ่งเตรียมขยายผล ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองจำนนด้วยหลักฐานจึงรับสารภาพ

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 15 ธันวาคมผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านโค้ชเอส อายุ 43 ปี ซึ่งอยู่ใน อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี

แม่โค้ชเอส อายุ 73 ปี แม่โค้ชเอส เล่าว่า ไม่เชื่อว่าลูกชายจะก่อเหตุละเมิดเด็ก ซึ่งลูกชายได้เปิดบ้านเป็นแคมป์ฟุตบอลมาหลายปี ตั้งแต่รับราชการครั้งแรกอยู่ที่ จ.เลย รวม 16-17 ปี พาเด็กไปเตะฟุตบอลต่างจังหวัด มี ผู้พันกุ๋ย อายุ 64 ปี ชาวสุราษฎร์ธานี เป็นผู้สนับสนุนเรื่องชุดกีฬา ซึ่งไม่เคยมีปัญหาเรื่องละเมิดเด็กเลย พอตำรวจนำหมายจับมาควบคุมตัวไปกรุงเทพฯ เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็คงต้องไปสู้คดี จะให้ลูกสาวไปประกันตัวลูกชาย

ส่วน พี่สาวโค้ชเอส อายุ 54 ปี พี่สาวโค้ชเอส เล่าว่า น้องชายตั้งแคมป์ฟุตบอลมาหลายปีแล้ว เพราะอยากส่งเสริมเด็กในเรื่องกีฬา เพื่อให้เด็กห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งมีผู้ปกครองนำลูกมาเข้าแคมป์กับน้องชายจำนวนมากทั้งในหมู่บ้านตัวเอง หมู่บ้านใกล้เคียง และต่างอำเภอ น้องชายได้พานักฟุตบอลไปแข่งได้ถ้วยรางวัลมาจำนวนมาก โดยบางครั้งก็มีเด็กมานอนและอยู่ที่บ้านน้องชาย และน้องชายยังมีเป้าหมายพานักฟุตบอลไปคัดเลือกเข้าโรงเรียนกีฬา ซึ่งประสบผลสำเร็จหลายคน ต่างก็กลับมาขอบคุณน้องชายที่ให้อนาคตลูกหลาน ส่วนผู้พันกุ๋ย พึ่งจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนได้ 3 ปี และไม่เชื่อว่าน้องชายจะล่วงละเมิดเด็ก จึงอยากขอความเป็นธรรมให้น้องชายด้วย

Advertisement

นายพงษ์ชนะ หมั่นเก็บ อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า เมื่อวานนี้ประมาณ 06.00 น. ตำรวจมาที่บ้านและจับโค้ชเอสไป และพึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นเรื่องละเมิดเด็ก โค้ชเอสจะไปทำงานจันทร์-ศุกร์ วันหยุดสุดสัปดาห์ จะพาทีมแข่งฟุตบอล และนำเด็กพาพักที่บ้านแต่ไม่มาก แต่วันหยุดสุดสัปดาห์จะมีมาก ส่วนมากจะเป็นเด็กประถมศึกษา พอรู้ข่าวตนถึงกับช็อก และไม่อยากเชื่อ โค้ชเอสเป็นคนรักฟุตบอล เป็นโสด ไม่มีครอบครัว สร้างนักฟุตบอลมาหลายรุ่น สร้างแคมป์ฟุตบอลชื่อ SP ACADEMY ซึ่งตนไม่อยากเชื่อว่าโค้ชเอสจะละเมิดเด็ก

ส่วนที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนในหมู่บ้าน ได้มีเด็กผู้ชายตั้งแต่อายุ 9-16 ปี สวมชุดนักกีฬาฟุตบอล เขียนชื่อ SP ACADEMY ด้านหลัง และผู้พันกุ๋ยด้านหน้า ต่างก็พูดกันว่าเพิ่งจะเห็นข่าวโค้ชเอส และผู้พันกุ๋ยถูกจับในทีวี

โดยมี ด.ช.กอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ซึ่งอยู่ในแคมป์ฟุตบอลโค้ชเอส เล่าให้ฟังว่า ตนเข้ามาอยู่แคมป์ฟุตบอลโค้ชเอสตั้งแต่อยู่ ป.3 อายุ 9 ขวบ เพราะชอบเตะฟุตบอล ตนเคยถูกโค้ช และผู้กันกุ๋ย ร่วมกันล่วงละเมิดให้ “อมนกเขา” ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในแคมป์ โดยถูกให้อมนกเขาในห้องที่บ้านโค้ชเอส จากนั้นก็โดนอีก 3-4 ครั้ง หลังจากให้อมนกเขาแล้วโค้ชเอส และผู้พันกุ๋ยสั่งว่าห้ามไปบอกใคร ถ้าไม่เชื่อจะไล่ออกจากแคมป์ฟุตบอล ตนก็เลยไม่กล้าบอกใคร แต่ก็มีคนถูกกระทำแบบตนอีก 3-4 คน ส่วนมากจะเป็นเด็กอายุ 9-10 ปี ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่เด็กๆ พวกตนก็จะบอกกันต่อว่าอย่าไปใกล้โค้ชเอสนะ

แต่พอผู้สื่อข่าวถามว่าทราบหรือไม่ว่าโค้ชเอสโดนตำรวจจับ ด.ช.กอ ตอบว่า รู้และก็เสียใจ และอยากฝากถึงโค้ชเอสว่า ไม่อยากให้โค้ชทำแบบนี้อีก