หน้าแรก ภูมิภาค ยอมมอบตัวแล้ว...

ยอมมอบตัวแล้ว พรานหนุ่มถือปืนยาวมุ่งล่าสัตว์ป่า อุทยานฯกุยบุรี กล้องดักถ่ายสัตว์จับภาพชัด

24.12.23 | 17:06 น.

อช.กุยบุรี สืบจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า กดดันหนุ่มลักลอบล่าสัตว์ป่า จนยอมมอบตัว

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้บันทึกภาพบุคคลชายนำพาอาวุธเข้าไปในเขตอุทยาน เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนทราบชื่อ ที่อยู่ และประสานผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อยืนยันตัวตนชายคนดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ อช.กุยบุรี ได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บพยานหลักฐาน พร้อมเปรียบเทียบสถานที่จริงกับภาพถ่ายว่าเป็นพื้นที่เดียวกัน เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว จึงได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ อช.กุยบุรี ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านยางชุม ว่ามีผู้ต้องหาได้มามอบตัวพร้อมด้วยอาวุธปืนที่ สภ.บ้านยางชุม โดย สภ.บ้านยางชุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดตามที่ อช.กุยบุรี กล่าวหาให้ นายอนุชิต (สงวนนามสกุล) ทราบ ซึ่งนายอนุชิตสารภาพทุกข้อกล่าวหา

Advertisement

1.ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (6) และมาตรา 44

2.ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (7) และมาตรา 45

และจากพฤติการณ์ของนายอนุชิต เวลาและสถานที่เกิดเหตุที่ปรากฏในหลักฐานภาพถ่ายพบว่าทิศทางของเส้นทางการเดินของนายอนุชิตในภาพนิ่งหันหน้าเข้าหากล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า กำลังมุ่งหน้าเดินออกจากป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีในวันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 09.13 น.โดยประมาณ แสดงว่านายอนุชิตได้พาอาวุธปืนยาวเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพื่อล่าสัตว์ก่อนหน้าที่กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าจะบันทึกภาพได้ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เล็งเห็นผลของการกระทำที่ได้นำพาอาวุธปืนเข้าไปในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี คณะพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่านายอนุชิตมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าครอบครองอาวุธปืนไว้เพื่อพยายามเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งมีความผิด

3.ฐานล่า หรือพยายามล่า สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 12 และมาตรา 89

4.ฐานห้ามมิให้ผู้ใด ทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 และมาตรา 72

ทั้งนี้ ได้มีการนัดหมายเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป