หน้าแรก ภูมิภาค พัชรวาทห่วงฝน...

พัชรวาทห่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง กำชับกรมทรัพยากรธรณี เฝ้าติดตามน้ำท่วมภาคใต้ใกล้ชิด

27.12.23 | 15:54 น.

พัชรวาทห่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง กำชับกรมทรัพยากรธรณี เฝ้าติดตามน้ำท่วมภาคใต้ใกล้ชิด


พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้กรมทรัพยากรธรณีติดตามสถานการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด พร้อมนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มและพื้นที่ปลอดภัยไปใช้เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อบริหารจัดการลดผลกระทบ ตลอดจนการกู้ภัยให้ความช่วยเหลือและประเมินสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดแผ่นดินถล่มเพิ่มเติม เพื่อเตรียมการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากในช่วง 2-3 วันนี้ หลายพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกประกาศขอให้เครือข่ายประชาชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากช่วง 2-3 วันนี้ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มบริเวณอำเภอศรีบรรพต ตะโหมด ศรีนครินทร์ กงหรา ป่าบอน จังหวัดพัทลุง // อำเภอสะบ้าย้อย หาดใหญ่ รัตภูมิ จังหวัดสงขลา // อำเภอเบตง ธารโต บันนังสตา จังหวัดยะลา // อำเภอจะแนะ แว้ง ตากใบ สุไหงโก-ลก ศรีสาคร สุคิริน รือเสาะ ยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องวัดปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมงได้มากกว่า 250 มิลลิเมตร ประกอบกับ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีฝนตกหนักสะสมอาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินถล่มได้ จึงขอให้เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรณี เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัยและวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังด้วย

ขณะที่ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่าในช่วงระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุดินไหลและแผ่นดินถล่มในหลายจุดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและยะลา รวม 6 อำเภอ 10 ตำบล ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส (อำเภอรือเสาะ สุคิริน ระแงะ และจะแนะ) และจังหวัดยะลา (อำเภอบันนังสตา และธารโต) อีกทั้งยังพบว่า มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 24 อำเภอ 92 ตำบล 384 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,402 ครัวเรือน

Advertisement

นอกจากนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ยังได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีติดตามสภาพอากาศ และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินโอกาสการเกิดแผ่นดินถล่มขนาดใหญ่ที่จะตามมา และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นได้ ตลอดจนแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ได้รับการอบรมออนไลน์ หรือได้รับข้อมูลข่าวสารด้านธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่มจากกรมทรัพยากรธรณีก่อนหน้านี้ ให้เตรียมการรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์แผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง โดยกรมทรัพยากรธรณีได้ติดต่อประสานงานแจ้งการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ผ่านทางโทรศัพท์ และกลุ่มไลน์ผู้เข้ารับการฝึกอบรมออนไลน์ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่ม เฝ้าติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงแผ่นดินถล่มในพื้นที่ ตลอดจนติดตามประกาศการเฝ้าระวังจากศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยทางเว็บไซต์กรมทรัพยากรธรณี เฟซบุ๊กกรมทรัพยากรธรณี และเฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมทรัพยากรธรณี และได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานใน ทส. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตามข้อสั่งการปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด