หาดใหญ่โพล เผย ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ เชื่อมั่นรัฐบาล “พุ่ง” จากมาตรการภาครัฐ ผิดหวังการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ต้องการความชัดเจนจากภาครัฐแก้หนี้นอกระบบ อย่างเป็นรูปธรรม “โวย” เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ เมินเข้าร่วมโครงการ ฟ้อง สิ่งผิดกฎหมายผุดดอกเห็ด หน่วยงานรัฐรับผลประโยชน์ เสนอแนะ เศรษฐา ทำงานเชิงรุก
เมื่อวันที่ 1 มกราคม ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจฯ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือน ธ.ค. เปรียบเทียบเดือน พ.ย. เก็บแบบสอบถามจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤศจิกายน
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน การออมเงิน การลดลงของหนี้สิน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“ปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ นโยบายส่งเสริมการลงทุน การบริโภคของภาครัฐบาล และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวขึ้นประมาณ 2% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มในอัตราวันละ 2-16 บาท โดยมีผลบังคับใช้เดือนมกราคม 2567 และภาครัฐยังมีมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยลดความกังวลของประชาชน”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า มาตรการการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ทำให้ลูกหนี้กลับเข้ามาอยู่ในระบบ ซึ่งภาครัฐคาดว่าจะเป็นมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืน โดยการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อให้ประชาชนนำไปปิดหนี้นอกระบบ และเข้ามาเป็นหนี้ในระบบที่มีดอกเบี้ยไม่สูงมากนัก
“การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ จำเป็นต้องย้อนไปดูที่ต้นตอของการเป็นหนี้ ซึ่งล้วนมาจากการมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤต อาทิ ฤดูกาลที่เกษตรกรมีผลผลิตตกต่ำ ช่วงที่ผู้ประกอบการค้าขายไม่ดี ช่วงเปิดภาคการศึกษาซึ่งผู้ปกครองต้องจ่ายค่าเล่าเรียนให้แก่บุตรหลาน ซึ่งในช่วงวิกฤตต่างๆ ทำให้ประชาชนไม่มีเงินเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และไม่สามารถกู้เงินในระบบที่มีดอกเบี้ยไม่สูงได้ เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงจำเป็นต้องไปใช้บริการหนี้นอกระบบ ซึ่งมีดอกเบี้ยสูง”
“หากต้องการที่จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ภาครัฐจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ต้นตอของปัญหาอย่างถ่องแท้ และต้องมีแผนการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ที่พอเพียงต่อค่าใช้จ่าย และการปลูกฝังให้ประชาชนมีวินัยทางการเงิน การให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการกู้เงินในระบบ และการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในช่วงที่เกิดวิกฤต”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และมีความต่อเนื่อง เพื่อให้ปัญหาหนี้นอกระบบลดน้อยลงอย่างเป็นรูปธรรม
“ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพมีความผิดหวังจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับขึ้นน้อยมาก ซึ่งประชาชนมองว่า จำนวนเงินที่ปรับขึ้นนั้น ไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเลย ต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ต้องการความชัดเจนจากนโยบายการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของภาครัฐ โดยเฉพาะประชาชนที่เป็นลูกหนี้และได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ยังเฝ้ารอการดำเนินงานของภาครัฐที่เป็นรูปธรรม จึงเสนอแนะให้ภาครัฐควรดำเนินงานเชิงรุก โดยกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานอย่างชัดเจน และระบุระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน และทำการชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ เนื่องจากหนี้นอกระบบดอกเบี้ยสูงมาก หากภาครัฐดำเนินการล่าช้า ย่อมทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ยิ่งเพิ่มขึ้น
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ส่วนของเจ้าหนี้นอกระบบจำนวนมากยังไม่พร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการของภาครัฐ เนื่องจากมองว่าดอกเบี้ยตามที่ภาครัฐกำหนดให้เป็นไปตามกฎหมายนั้นไม่เหมาะกับการกู้เงินนอกระบบแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบส่วนหนึ่งกล่าวว่า ลูกหนี้นอกระบบจำนวนไม่น้อยหนีหนี้ ทำให้เจ้าหนี้มีความเสี่ยงต่อหนี้สูญมากเช่นกัน
“มีสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ ยาเสพติด การพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้าประเวณี แรงงานต่างด้าว การลักลอบนำสินค้าเข้าประเทศ ปัญหาต่างๆ ล้วนส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนในสังคมเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่หน่วยงานภาครัฐบางส่วนรู้เห็นเป็นใจ โดยหวังรับเงินสินบนจากสิ่งผิดกฎหมาย จึงเสนอแนะให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำงานแบบเชิงรุกและมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงระบบอย่างจริงจัง ควรมีมาตรการแก้ปัญหาการกระทำสิ่งผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม และมีบทลงโทษอย่างเด็ดขาดแก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ปล่อยปละละเลย เพื่อให้สิ่งผิดกฎหมายลดน้อยลง”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ปลายเดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์อุทกภัย ฝนตกหนัก ทำให้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องการให้ภาครัฐรีบเข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงทีและช่วยเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

