ททท.ภูเก็ต เผยท่องเที่ยวปีใหม่เงินสะพัดกว่า 8,000 ล้านบาท วางแผนดึงตลาดให้คึกคักตลอดปี
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ นักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตจำนวนมาก ตัวเลขนักท่องเที่ยวกว่า 250,000 คน ในจำนวนนี้ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เดินทางมาทางเครื่องบิน ซึ่งชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาโดยตรงต่อวัน ประมาณวันละกว่า 10,000-15,000-16,000 คน สลับวันกันไป และบางเที่ยวบินที่มาจากกรุงเทพฯ เฉลี่ยต่อวัน จำนวน 9,000-10,000 คน
โดยทั่วไป อันดับ 1 นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เข้ามาวันละ 4,000-5,000 คน รองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาวันละกว่า 2,000 คน อันดับ 3 อินเดีย อันดับ 4 ออสเตรเลีย อันดับ 5 อังกฤษ
ดังนั้น ตลาดของภูเก็ตค่อนข้างจะบาลานซ์ทั้งยุโรปและเอเชีย รายได้การท่องเที่ยวที่เข้ามาในช่วงนี้ การใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ กว่า 9,000 บาทต่อคนต่อวัน ถือว่าใช้จ่ายสูง ส่วน รายได้การท่องเที่ยว ล่าสุด วันที่ 2 ม.ค.67 อยู่ที่ประมาณกว่า 8,100 ล้านบาท เกือบ 8,200 ล้านบาท

ในบางส่วนที่คนไทยเข้ามาโดยมากจะเข้ามาทางบก จะมาจากพื้นที่ใกล้เคียงกับภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นพังงา กระบี่ ต่างๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวกัน ซึ่งจำนวนห้องพักต่างๆ ถ้าตามชายหาดห้องพักล้น แต่ถ้าเป็นภาพรวมทั้งหมด โรงแรมที่อยู่ในภูเก็ตประมาณ 1,900 แห่ง จำนวนห้องพักประมาณกว่า 101,000 ห้อง นักท่องเที่ยวเข้ามาพักเฉลี่ยอัตราเข้าพักโรงแรมใหญ่โรงแรมเล็กอยู่ที่ประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์
ผู้อำนวยการ ททท.ภูเก็ต กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าดีใจมาก แต่สิ่งที่น่าดีใจกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวถึงแม้จะไม่ล้นจนเต็มทุกโรงแรม แต่รายได้ค่าห้องพักต่างๆ บางโรงแรมแจ้งให้ทราบว่า ได้รายได้มากกว่าปี 2562 บางแห่งถึง 2 เท่า บางแห่งถึง 3 เท่า ถึงแม้ว่าคนไม่เข้ามาจนล้นแต่รายได้มากกว่า เป็นสิ่งที่เราต้องการอยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ซึ่งภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวค่อนข้างจำกัดเพราะเป็นเกาะ แต่ทำอย่างไรให้คนเข้ามาไม่ล้น แต่มีการใช้จ่ายเงินที่มากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่เคยให้ข้อมูลไว้
ปีก่อนอยากให้มีนักท่องเที่ยวเกิน 10 ล้านคน รายได้การท่องเที่ยว 300,000 ล้านบาท ปรากฏว่า ตัวเลขในเดือนพฤศจิกายน ยังไม่รวมเดือนธันวาคม 2566 พบว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวทะลุไป 10 ล้านคน แล้ว รายได้การท่องเที่ยวกว่า 330,000 ล้านบาท และลุ้นให้ถึงตัวเลข 350,000 ล้านบาท อยากให้ถึงตัวเลขนี้ ไม่อยากให้ตัวเลขขึ้นเยอะ เพราะทราบปัญหาทางโครงสร้างพื้นฐานและปัญหารถติด ไม่อยากให้นักท่องเที่ยวมีจำนวนมากแต่อยากให้มีตัวเลขค่าใช้จ่ายรายได้การท่องเที่ยว อยากได้การใช้จ่ายเงินที่มากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ต เฉลี่ยการใช้จ่ายต่อวันต่อคนวันละประมาณกว่า 9,000 บาท ถือว่าไม่ธรรมดา

ในส่วนกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ดีใจที่ทุกภาคส่วนทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรม ทั้งในเรื่อง Event เรื่อง Countdown ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรท้องถิ่น และทางจังหวัด ภาคเอกชน ร่วมมือร่วมใจกัน รวมทั้งการประดับตกแต่งบ้านเมืองให้สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นจุดถ่ายรูปต่างๆ ทั้งอาคารชาร์เตอร์ มีซานตาคลอสบนตึกและโบว์ที่สวยงาม วงเวียนสุรินทร์มีกล่องของขวัญหลายสี และทุกพื้นที่ ตกแต่งงดงามมากเป็นจุดถ่ายรูปด้วย ซึ่งหลายจังหวัดมีภาพถ่ายของเราให้องค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัดของเขาดูเป็นตัวอย่าง ของการตกแต่งเมืองของจังหวัดภูเก็ต ซึ่ง องค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดอื่น บอกกลับมาว่า ภูเก็ตเล่นแรง กลายเป็นว่าเราเป็นแบบอย่างของการตกแต่งเมือง ที่มีจุดถ่ายรูปด้วย
นอกจากนี้ ทราบว่า เทศบาลนครภูเก็ต จะมีเซอร์ไพรส์การตกแต่งเมืองช่วงตรุษจีนที่จะถึงนี้ด้วย รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่นได้จัดกิจกรรมไว้ครบทุกเดือน จนถึงเดือนเมษายนแล้ว ค่อนข้างจะอุ่นใจว่าเราจะพยายามทำในปีนี้ให้เหมือนกับปีที่ผ่านมา คือทำไม่ให้มีช่วง Low season เพราะปีที่ผ่านมา เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาตลอดทั้งปี มีตกอยู่ในช่วงเดือนกันยายน จากเดิมเคยตกทั้งตลาดตั้งแต่เมษายนแต่ปีที่แล้ว สามารถเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-ปาเลสไตน์ และที่เกิดกับนักท่องเที่ยวจีน แต่จังหวัดภูเก็ตสามารถรักษาตัวเลขเข้ามาได้ จะไม่ร่วงลงไปจนหนัก จะมีเข้ามาตลอด
ในปีนี้ จะมีการวางแผน ในบางช่วง ที่จะเข้าสู่ช่วง Low season คือ เดือนมีนาคม 2567 เริ่มวางแผน ทำตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ ทางไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงเวียดนาม ให้เข้ามาเสริมตลาดในช่วง Low season และพยายามจะรักษานักท่องเที่ยวกลุ่มรัสเซีย คาซัคสถาน ให้อยู่ได้นานขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่าช่วง Low season Booking ต่างๆ จะเริ่มน้อยลงอาจเป็นเหตุผลที่เศรษฐกิจของเขาอาจจะไม่ดีมากนัก การที่จะจองโรงแรมจองตั๋วเครื่องบินจะสั้นลง ทำให้เรามองเห็นแค่ Booking เข้ามาเดือนมีนาคม เดือนเมษายน แต่ได้เตรียมแผน 2 ไว้อยู่แล้ว
ดังนั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตไม่ต้องกังวลเราเตรียมแผน 2 ไว้พยายามที่จะรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อย่างพอเหมาะจะรักษาบาลานซ์ของตลาด จะไม่อิงตลาดใดตลาดหนึ่ง เพราะถ้าอิงตลาดใดตลาดหนึ่ง ถ้าเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงขึ้นมา เราจะเอียงไปทั้งตลาดเลย ดังนั้น จะกระจายไปทุกตลาด และบางตลาดที่อยู่ในพื้นที่ ตามวีซ่า บางทีอยู่ถึง 90 วัน มีแผนว่าจะเวียนนักท่องเที่ยวกลุ่มที่อยู่ระยะยาว ออกไปที่จังหวัดใกล้เคียงด้วยเพื่อเปิดพื้นที่รับตลาดใหม่ เข้ามาในพื้นที่ด้วย ตอนนี้ทำเวียนออกไปในบางส่วนที่ได้รับแจ้งจากทาง ททท.กระบี่ ททท.พังงา แจ้งกลับมาว่านักท่องเที่ยวที่เวียน ออกมาจากภูเก็ตได้เวียนขยับออกไปที่จังหวัดใกล้เคียงด้วย จะลดความหนาแน่นในพื้นที่และกระจายรายได้
เรื่องของชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะกระจายรายได้ลงชุมชน ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่สามารถเข้ามาจำนวนมากได้ เช่น ชุมชนบางโรง ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต มีความพร้อม รับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เข้ามาเป็นจำนวนมากได้ เช่น จากกลุ่มเรือสำราญขนาดใหญ่ ลงพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยว

ส่วนนักท่องเที่ยวจีน ในตลาดปีนี้จะเน้นกลุ่มที่เดินทางมาเอง จะไม่เน้นกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาเป็นรถบัส เพราะความจำกัดในพื้นที่ และการเปลี่ยนแปลงทางตลาดด้วย กลุ่มที่กำลังจะทำเข้ามา คือ กลุ่มเด็กนักเรียนที่มาเรียนภาษาอังกฤษในช่วงสั้น ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ได้ประสานงานกับโรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนล โรงเรียนนานาชาติ ในจังหวัดภูเก็ต เอานักท่องเที่ยวมาผนวกกับชุมชนท่องเที่ยวเรียนรู้สิ่งแวดล้อม เรียนรู้ ศึกษาชีวิตปลาโลมา เรียนรู้การปล่อยเต่า นำออกเสนอขายในตลาดต้นทางแล้ว คาดว่า น่าจะมีกลุ่มเด็กนักเรียน ที่เข้ามาช่วงระยะสั้น ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม จะเริ่มเข้ามาประกอบกับกลุ่มอายุเยอะของทางจีน จะไม่เข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่แล้ว จะนิยมกระจายกันเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยวแบบเอฟไอทีจำนวนมาก
สิ่งเหล่านี้ ททท.ภูเก็ต จะทำจะสร้างความมั่นใจให้คนภูเก็ต ผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่าททท.พยายาม maintain ตลาดไม้ให้มีช่วง Low season และจะรักษาสมดุล อันไหนที่อยู่เยอะก็จะกระจายออกไปทางจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้รายได้ออกไปจังหวัดอื่นๆ ในโซนอันดามันด้วย และรายได้จะต้องเข้าถึงชุมชน โดยปัจจัยหลักใช้ท่องเที่ยวชุมชนเป็นตัวกระจายรายได้ลงในพื้นที่
“นอกจากนี้ ตามนโยบายของนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มีแนวคิดจะจับคู่โรงแรมต่างๆ กับชุมชนในการจัดกิจกรรมบางตัวซึ่งตอนนี้ เทรนด์ของโลก คนที่เข้ามาท่องเที่ยวต้องมีกิจกรรมร่วมกับชุมชน กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยเอาโรงแรมกับชุมชนมารวมกันจะทำให้เกิดการกระจายตัวได้มากกว่านี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตอยู่ระหว่างดำเนินการวางแผนในเรื่องนี้ เพื่อนำนักท่องเที่ยวจากโรงแรมลงในชุมชน จะได้มีกิจกรรมร่วมกันอย่างทั่วถึง เมื่อ นักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากแล้ว ขอให้ชาวภูเก็ตเป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวให้มีความสุขด้วย” นายเลิศชาย กล่าว

