‘อ.เจษฎ์’ แจงพบปลาพญานาคที่สตูล ไม่เกี่ยวเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น ชี้สาเหตุเจอที่ผิวน้ำเพราะใกล้ตาย

4.01.24 | 15:30 น.

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripant ว่า

อ่าน ฮือฮา พบปลาพญานาค ตัวแรกของไทย นักวิชาการระบุ เพราะกระแสน้ำที่เปลี่ยนไม่เกี่ยวอาเพศ

จากรายงานการพบปลาออร์ฟิช (Oarfish) ปลาทะเลที่สามารถพบได้ในระดับน้ำที่ลึกมาก จากเรือประมง ก.เทพเจริญพร 15 บริเวณเกาะอาดัง อ.ละงู จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2567
หลังจากนี้ทางสำนักงานประมงจังหวัดสตูลได้เก็บตัวอย่างและจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเพื่อไว้ศึกษาในโอกาสต่อไป
ป.ล. เน้นอีกครั้งครับว่า ปลาตัวนี้ติดอวนล้อมปลากลางน้ำทะเล ในฝั่งทะเลอันดามันครับ ไม่เกี่ยวอะไรกับแผ่นดินไหว สึนามิที่ญี่ปุ่น
และที่บอกว่า การเจอปลาออร์ฟิชแปลว่าจะเกิดแผ่นดินไหวนั้น ก็เป็นแค่ความเชื่อตามๆ กันมาครับ (จริงๆ ส่วนใหญ่ที่เจอมันขึ้นมาผิวน้ำ ก็เพราะมันป่วยหรือใกล้ตาย)
คาดว่าครั้งนี้ที่มันมาใกล้ทางฝั่งไทย เพราะน้ำทะเลมหาสมุทรอินเดียมีการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำเกิดขึ้นครับ เรียกว่า ปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) ทำให้มหาสมุทรอินเดียบริเวณเขตศูนย์สูตร มีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเย็นผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์การประมงและทรัพยากรทางน้ำ TSU  โพสต์ข้อความว่า

รายงานการพบปลาออร์ฟิช (Oarfish) ขนาดความยาว 2.4 เมตร ปลาทะเลที่สามารถพบได้ในระดับน้ำที่ลึกมาก จากเรือประมง ก.เทพเจริญพร 15 บริเวณเกาะอาดัง อ.ละงู จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2567
ปลาออร์ หรือปลาริบบิ้น เป็นปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Regalecus glesne อยู่ในวงศ์ Regalecidae

มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพญานาคตามความเชื่อของไทย หรือมังกรทะเลในความเชื่อในยุคกลางของชาวตะวันตก โดยมีความยาวได้สูงสุดยาวถึง 9 เมตร และหนัก 300 กิโลกรัม แต่ก็มีบันทึกไว้ในบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ด้วยว่า ปลาชนิดนี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ยาวที่สุดในโลก โดยอาจยาวได้ถึง 11 เมตร ในขณะที่รายงานไม่ยืนยันอีกบางกระแสระบุว่าอาจยาวถึง 15 เมตร หรือกว่านั้น มีส่วนหัวที่ใหญ่ ลำตัวแบนสีเงิน มีจุดสีฟ้าและดำประปราย มีครีบหลังสีชมพูแดง บนหัวที่อวัยวะแลดูคล้ายหงอนเป็นจุดเด่น

Advertisement