หน้าแรก ภูมิภาค เหยื่อ &#8216...

เหยื่อ ‘โค้ช-อดีตทหาร’ ลวงเด็กชายข่มขืน พุ่ง 9 ราย แม่เด็กห่วงความปลอดภัย จี้ตำรวจถอนประกัน

6.01.24 | 15:53 น.

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี โค้ชฟุตบอล และนายสมยศ (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี อดีตนายทหารยศพันตรี ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล ข่มขืนกระทำชำเราเด็กชายอายุ 10-13 ปี จำนวน 7 ราย จนเด็กมีอาการซึมเศร้าและไม่อยากเรียนหนังสือนั้น

อ่าน รวบโค้ช พร้อมผู้สนับสนุน ทีมฟุตบอลประจําโรงเรียน ลวงเด็กกระทําชำเรา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตำรวจ ปคม. ได้เดินทางไปที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 (สพป.อุดรธานี เขต2) ประชุมร่วมกับ ยุติธรรมจังหวัด , พ.ต.อ.ศิริมงคล บุญหนุน ผกก.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม มอบหมาย พ.ต.ท.วชิรศักดิ์ สายสุทธิ รอง ผกก.ป. สภ.ประจักษ์ศิลปาคม , พัฒนาสังคมฯ , หน.บ้านพักเด็กฯ  ,นายอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ,สพป.อุดรธานี เขต 1,2,3,4 , สพม.อุดรธานี และผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่ สพป.อุดรธานี เพื่อหามาตรการป้องกันให้เด็กนักเรียนมีความปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรม

สรุปขณะนี้มีเด็กชายที่ตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก 2 ราย  รวมมีเด็กผู้เสียหายทั้งหมด 9 ราย ที่ร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ และต้องการจะดำเนินคดีกับโค้ชฟุตบอลและอดีตทหารยศนายพัน ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล ให้ถึงที่สุด

ด้านน.ส.เอ (นามสมมุติ) แม่ของเด็กที่เสียหาย กล่าวว่า ทุกวันนี้พ่อแม่ผู้ปกครองและลูกๆ ทุกคนมีความกังวลใจที่โค้ชฟุตบอลผู้ต้องหา ได้รับการประกันตัวออกมาและส่งแชทไลน์ไปหาเด็กๆ ถามไถ่มีใครไปแจ้งความบ้าง ทำให้เด็กทุกคนหวาดกลัว เกรงจะไม่ปลอดภัย อย่างนี้จะเรียกว่ายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหา เพราะทุกคนรู้สึกว่าถูกคุกคามในชีวิตนอกจากนี้ผู้ต้องหายังจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เสียงดังแทบทุกวันเหมือนเป็นการเยาะเย้ยไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายทำให้ทุกคนอยู่ไม่เป็นสุข และอยากให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อและพ่อแม่ที่ยังไม่กล้าออกมาแจ้งความได้ยอมรับความจริงและออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกและครอบครัว อย่าอายเพราะเราเป็นผู้เสียหาย คนที่ทำผิดจะต้องเป็นคนที่ต้องละอายมากกว่า

Advertisement

ขณะที่ครูสาวซึ่งให้การช่วยเหลือเด็กๆและแจ้งเรื่องขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังมีการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีทางญาติของผู้ต้องหาได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กในเชิงข่มขู่ เช่น วันพระไม่ได้มีหนเดียว และจะเอาเรื่องคนที่ไปแจ้งความให้ถึงที่สุด ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและเพื่อนครูเป็นห่วงสวัสดิภาพไม่ให้ครูเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวหรืออยู่ที่โรงเรียนคนเดียว จึงขอฝากเรื่องนี้ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ด้าน ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวว่า  หลังทราบเรื่องกรณีครูสาวถูกคุกคามจึงได้สั่งการให้ครูย้ายมาช่วยราชการที่ สพป.เขต 2 อุดรธานี โดยมีผลทันทีเพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยของบุคลากรครู

นางปวีณา กล่าวว่า การกระชุมครั้งนี้ เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เหตุร้ายเกิดขึ้นกับเด็กอีก รวมถึงสร้างความมั่นใจเรื่องการเรียนการสอน โดยนายอำเภอจะเข้าไปดูแลความปลอดภัย กระทรวงยุติธรรมจะช่วยเงินเยียวยาเด็กผู้เสียหายรายละ 55,000 บาท อีกทั้งทางพัฒนาสังคมฯ จะเข้าเยี่ยมบ้านดูแลครอบครัว

สำหรับรายละเอียด ความเป็นมาคดีเด็กนักเรียนชายถูกโค้ชฟุตบอลและผู้สนับสนุนข่มขืนถ่ายคลิปวิดีโอ
ช่วงเดือน ต.ค.66 มูลนิธิปวีณาฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากครู โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี แจ้งว่าเด็กชาย ป.4 คนหนึ่งซึ่งอยู่ในทีมฟุตบอลและรักในการเตะฟุตบอล จู่ๆ ได้นำเสื้อทีมฟุตบอลมาคืน ทำให้ครูแปลกใจมาก เมื่อสอบถามจึงรู้ว่าเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงได้พูดคุยกับพ่อแม่เด็กชาย 2 ราย อายุ 10 ขวบเท่ากัน นักเรียนชั้น ป.4 ที่อยู่ในทีมฟุตบอลดังกล่าว จึงรู้เรื่องที่เกิดขึ้น และครูได้แจ้งขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ ก่อนที่แม่เด็กจะขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ด้วย แจ้งว่า ลูกชายทั้งสองคนถูกโค้ชฟุตบอล และอดีตทหารยศนายพัน ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล ข่มขืนกระทำชำเราและถ่ายคลิปหลายครั้ง และมีเด็กชายในทีมอีกหลายรายถูกกระทำเช่นกันแต่ไม่กล้าออกมาขอความช่วยเหลือ

จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.3 บก.ปคม. ตำรวจสอบสวนกลาง รวบรวมพยานหลักฐานจนออกหมายจับและจับกุมตัว โค้ชฟุตบอล และอดีตทหารยศนายพัน ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล ได้ในวันที่ 14 ธ.ค.66 พร้อมของกลางคลิปวิดีโอเด็กชายจำนวนมาก สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ ตั้งแต่เดือนต.ค.66 มูลนิธิปวีณาฯ ได้รับการร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่และเด็กผู้เสียหาย มูลนิธิปวีณาฯ ได้ให้การคุ้มครองความปลอดภัยพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กชายทั้ง 2 ราย และได้พาเด็กไปพบแพทย์เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังมีการจับกุมผู้กระทำผิดทั้ง 2 ราย นางปวีณา ได้พาพ่อแม่ของ 2 เด็กชายไปยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยาที่กรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับการพิจารณาช่วยเหลือเงินเยียวยา 55,000 บาท อย่างรวดเร็ว

ต่อมามีพ่อแม่ 5 ครอบครัว พาลูกชายอายุ 10-13 ปี จำนวน 5 คน เข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า ถูกโค้ชฟุตบอล และอดีตทหารยศนายพัน ผู้สนับสนุนทีมฟุตบอล ข่มขืน ถ่ายคลิปเช่นกัน มูลนิธิปวีณาฯ จึงให้การช่วยเหลือพาไปแจ้งความกับตำรวจ ปคม. เพิ่มเติม พร้อมตรวจร่างกาย ให้ตำรวจขยายผลดำเนินคดี โดยนางปวีณา และตำรวจ ปคม. จะช่วยเหลือเด็กจนสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม