หน้าแรก ภูมิภาค ตำรวจสอบปากคำ...

ตำรวจสอบปากคำปู่กลางดึก รับป้อนข้าวเหนียวเด็กชาย 2 ขวบจริง ก่อนหายตัวไป และพบร่างในตู้เย็น

7.01.24 | 13:53 น.

ตำรวจสอบปากคำปู่กลางดึก รับป้อนข้าวเหนียวเด็กชาย 2 ขวบจริง ก่อนหายตัวไป และพบร่างในตู้เย็น

จากกรณีที่พบศพ ด.ช.ธีรพงศ์ หรือนาย อายุ 2 ขวบ 2 เดือน เสียชีวิตถูกห่อผ้าไว้ในตู้เย็นภายในห้องนอนของนายหาญณรงค์ หรือแบงค์ และ น.ส.มาริสา หรือก้อย สองสามีภรรยาที่หลอกเด็กมาเลี้ยง เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา 1.การไม่แจ้งการตาย 2.ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ แก่ น.ส.มาริสา และนายหาญณรงค์

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 7 มกราคม ที่ซอย 11/2 หมู่ 4 หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี บ้านที่พบศพเด็กชาย 2 ขวบ ถูกยัดศพในตู้เย็น พบว่าที่บ้านปิดประตูเงียบ โดยมี นายอู๊ด อายุ 70 ปี สามีของนางยุพา เจ้าของบ้าน อยู่ภายในบ้านแต่ไม่มีเสียงตอบออกมา

เวลา 09.00 น. น.ส.กิ๊ก น้องสาวของนายแบงค์ เดินทางออกจากบ้านที่เกิดเหตุและได้กล่าวว่าจะไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง และไม่ขอให้สัมภาษณ์ ก่อนที่จะนั่งรถวินจักรยานยนต์ออกไป

ด้าน น.ส.น้อย เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ ได้มาเรียกนายอู๊ดกับนางยุพาที่บริเวณหน้าบ้านแต่ก็ไม่มีเสียงตอบออกมา และกล่าวว่า เมื่อเช้าก็นำข้าวมาให้และเป็นห่วงทั้งสองคนเนื่องจากมีอายุมาก และตาของลุงอู๊ดก็มองไม่ค่อยเห็น และเมื่อเช้าไปตลาดมีแต่คนพูดเรื่องเด็ก 2 ขวบเสียชีวิตในตู้เย็นภายในซอยดังกล่าว โดยแต่ละร้านก็มีการจับกลุ่มพูดคุยในเรื่องนี้กันเกือบทุกร้านค้า

Advertisement

ขณะที่เมื่อกลางดึกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายสมบุญ หรือปู่อู๊ด อายุ 70 ปี ซึ่งพิการทางสายตา และอยู่อาศัยในบ้านหลังเกิดเหตุ เดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติมหลังถูกนายแบงค์และ น.ส.ก้อย หลานชายกับหลานสะใภ้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและซัดทอดว่า นายสมบุญ หรือปู่อู๊ด เป็นคนป้อนข้าวเหนียวให้กับน้องนาย ก่อนที่น้องนายจะเสียชีวิตจากสาเหตุข้าวเหนียวติดคอ

โดยนายสมบุญให้ปากคำว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 มกราคม ขณะตนกำลังนั่งฟังวิทยุและกินข้าวเหนียวกับลาบหมูอยู่ในบ้านชั้นล่างนั้น น้องนายได้เดินเข้ามากอด จึงได้ลูบหัวน้องนายแล้วถามว่าเอาข้าวเหนียวไหม น้องนายก็ยกกระติบข้าวเหนียวมาใส่ที่มือของตน ตนจึงได้หยิบเอาข้าวเหนียวป้อนให้น้องนายไปหนึ่งคำ โดยยังได้บอกกับน้องนายด้วยว่า เคี้ยวให้ดีๆ ระวังติดคอ เสร็จแล้วให้กินน้ำตาม

นายสมบุญให้การอีกว่า ต่อมาเด็กได้จับมือตนไปที่กล้วยน้ำว้าที่วางอยู่ ตนจึงหยิบกล้วยน้ำว้าขึ้นมาแกะแล้วแบ่งครึ่งให้น้องนายกินครึ่งลูก และตนก็กินอีกครึ่งลูกที่เหลือ จนกระทั่งตนกินอาหารเสร็จก็กินยาตาม ส่วนน้องนายตนได้ยินเสียงวิ่งกลับไปที่ห้องแล้ว ตนจึงเดินออกไปคัดแยกขวดกับของเก่าเพื่อเตรียมไว้ขาย และหลังจากนั้นตนก็ไม่ได้เจอน้องนายอีกเลย โดยเข้าใจว่านายแบงค์ หลานชาย และ น.ส.ก้อย หลานสะใภ้ ได้พาน้องนายไปส่งคืนให้กับพ่อเด็กตัวจริงแล้ว เพราะไม่ได้ยินเสียงของน้องนายมาตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 5 มกราคม ได้ยินแต่เสียงเข้าออกบ้านของนายแบงค์กับ น.ส.ก้อย เพียงเท่านั้น

ภายหลังจากการสอบปากคำนายสมบุญเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวนายสมบุญกลับไปส่งที่พักยังบ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อรอสรุปสำนวนในคดีนี้ต่อไป

ด้านนายนพรัตน์ อายุ 29 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พ่อแท้ๆ ของ ด.ช.ธีรพงศ์ จะเดินทางมาเชิญดวงวิญญาณของน้องที่บ้านเกิดเหตุ แต่ก็ยังไม่เข้ามา