หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าโคราช ส...

ผู้ว่าโคราช สั่งจับตาอ่างเก็บน้ำ 27 แห่ง พบเหลือน้ำใช้ 56% หวั่นเอลนีโญทำฝนทิ้งช่วงยาวจนถึงกลางปี

8.01.24 | 14:52 น.

วิกฤตแล้งกำลังมา! ผู้ว่าโคราช สั่งจับตาอ่างเก็บน้ำ 27 แห่ง พบเหลือน้ำใช้ 56% หวั่นเอลนีโญทำฝนทิ้งช่วงยาวจนถึงกลางปี กำชับ อปท.-ปชช. เร่งสำรอง-ใช้อย่างประหยัด

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ได้รายงานสถานการณ์น้ำเก็บกักในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ศูนย์บัญชาการ(ศบก.)จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้ทราบว่า สภาพน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง และขนาดกลางอีก 23 แห่ง มีปริมาตรน้ำเกินครึ่งหนึ่งของปีที่แล้วเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยสภาพน้ำปัจจุบัน เหลืออยู่ที่ 708.95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 58.27 % และเป็นน้ำใช้การได้ 646.47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56.01 % ของความจุเก็บกักทั้งหมด ในขณะที่ปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน มีน้ำเก็บกักอยู่ที่ 1,172.33 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 96.35 % และเป็นน้ำใช้การได้ 1,109.85ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96.15 % ซึ่งมีน้ำใช้การมากกว่าปีนี้ถึง 463.38 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ เกิดจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้ฝนตกอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าปกติ ส่งสัญญาณเตือนให้เห็นตั้งแต่ช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าจะยังไม่ส่งผลรุนแรงมากนัก แต่แนวโน้มเอลนีโญที่ลากยาวเข้าสู่ฤดูแล้งปลายปี 2566 ต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2567 คาดว่า ฝนอาจทิ้งช่วงนาน จึงเสี่ยงเกิดผลกระทบขาดแคลนน้ำเป็นวงกว้างโดยเฉพาะภาคการเกษตร อ่างเก็บน้ำหลายแห่งจึงประกาศงดทำนาปรังในช่วงหน้าแล้ง เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก

ซึ่งอ่างเก็บน้ำที่เหลือน้ำใช้การไม่ถึง 50 % เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 8 แห่งจากทั้งหมด 23 แห่ง ได้แก่ ได้แก่ 1.อ่างเก็บน้ำซับประดู่ อ.สีคิ้ว , 2.อ่างฯ ห้วยปราสาทใหญ่ อ.ด่านขุนทด , 3. อ่างฯ หนองกก อ.พระทองคำ , 4.อ่างฯ บึงกระโตน อ.ประทาย , 5.อ่างฯ ห้วยบง อ.ชุมพวง , 6.อ่างฯ ห้วยหิน อ.เสิงสาง , 7.อ่างฯ ห้วยเตย อ.เสิงสาง และ 8.อ่างฯ ลำปลายมาศ อ.เสิงสาง โดยอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่เหลือน้ำใช้การน้อยสุด ไม่ถึง 30 % ก็คือ อ่างเก็บน้ำห้วยปราสาทใหญ่ อ.ด่านขุนทด เหลือน้ำแค่ 02.57 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 29.61 % เท่านั้น และเป็นน้ำใช้การได้เพียง 01.72 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 21.95 %

Advertisement

ในขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั้ง 4 แห่ง เหลือปริมาตรน้ำใช้การ เกิน 50 % แต่ไม่ถึง 70 % โดยอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 173.90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 55.30 % และเป็นน้ำใช้การ 151.18 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51.82 % , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาตรน้ำอยู่ที่ 105.86 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68.30 % และเป็นน้ำใช้การ 105.14 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68.15 % ,อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาตรน้ำเหลืออยู่ที่ 82.75 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 58.69 % และเป็นน้ำใช้การ 75.75 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56.54 % และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาตรน้ำเหลืออยู่ที่ 145.95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53.07 % และเป็นน้ำใช้การ 138.95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51.85 % ซึ่งช่วงนี้ไม่มีน้ำฝนหรือน้ำท่าไหลลงมาเติมในอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่งเลย

ซึ่งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gisda ได้รายงานพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้ง โดยวิเคราะห์ผ่านค่าดัชนีความเสี่ยงภัยแล้งเมื่อช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ทั้งดัชนีความแห้งแล้งของพืชพรรณ , ดัชนีบ่งชี้ความชื้นในดิน , ดัชนีความเปราะบางจากความแห้งแล้ง เช่น เขตชลประทาน ป่าไม้ พื้นที่เมือง พื้นที่เกษตร , ดัชนีความรุนแรงความแห้งแล้ง เช่น พื้นที่เสี่ยงอันตรายต่อภัยแล้งในด้านเกษตรกรรม และดัชนีฝน ดูจากปริมาณฝนสะสมของแต่ละพื้นที่ พบว่า จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังภัยแล้งสูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.จ.นครราชสีมา 2.จ.นครสวรรค์ 3.จ.อุทัยธานี 4.จ.ชัยนาท และ 5.จ.บุรีรัมย์ ตามลำดับ

ทางจังหวัดฯ จึงต้องเร่งกำชับขอความร่วมมือประชาชนในทุกพื้นที่ได้ใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง ให้เร่งเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ในครัวเรือนเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำ ส่วนสระกักเก็บน้ำดิบของหมู่บ้าน/ชุมชน ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา และศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ได้ให้เจ้าหน้าที่ส่วนสนับสนุนทรัพยากรกู้ภัยพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย นำชุดรถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยไปให้การสนับสนุน สูบส่งน้ำระยะไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ไปกักเก็บไว้ในสระน้ำผลิตประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร้องขอแล้ว ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตั้งแต่ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน โครงการชลประทานนครราชสีมา ได้รายงานทางไกลผ่านระบบเครือข่าย Video Conference ให้ที่ประชุมศูนย์บัญชาการ(ศบก.)จังหวัดนครราชสีมา ได้ทราบเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบหรืออาจได้รับผลกระทบ เพื่อหาทางรับมือป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ให้ผลกระทบขยายเป็นวงกว้าง รวมทั้งได้ประชุมทางไกลร่วมกับสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในปัจจุบันให้มีความต่อเนื่องและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลการแจ้งเตือนและใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา