หนุ่ม ถูกเพื่อนบ้านขโมยรถ แจ้งความ7เดือนคดีไม่คืบ เพื่อนบ้านยังลอยนวลอยู่ในหมู่บ้าน

หนุ่มพิมาย ร้องทุกข์ ถูกเพื่อนบ้านขโมยรถไป แจ้งความมา 7 เดือนแล้ว คดียังไม่คืบ ขณะที่คนขโมยยังลอยนวลอยู่ในหมู่บ้าน

นครราชสีมา – วันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากนายอุเทณต์ มวยหมั่น อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 5 บ้านดงใหญ่ ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยเป็นสื่อกลางในการติดตามความคืบหน้าของคดีที่ตนเคยไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา กรณีถูกคนในหมู่บ้านมาหลอกเอารถยนต์ไปแล้วไม่ส่งคืน ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.66 จนถึงปัจจุบันเวลาล่วงเลยมา 7 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ดำเนินการอะไรให้สักอย่าง ส่วนคนที่เอารถไปก็ยังลอยนวลอยู่ในหมู่บ้าน ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้รู่สึกผิดเลย ขณะที่ตนซึ่งเป็นเจ้าของรถและคนในครอบครัวเดือดร้อนมาก ไม่มีรถใช้ในการประกอบอาชีพ ล่าสุด กำลังจะถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้องร้องอีกด้วย

โดยนายอุเทณต์ มวยหมั่น และ น.ส.ศศิกาญจน์ เหมือนสันเทียะ อายุ 38 ปี ภรรยา เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ขณะนั้นตนและสามี ได้ประกอบอาชีพขายส้มตำไก่ย่างอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านซึ่งรายได้ในแต่ละวันก็พออยู่ได้ แต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมนั้นเป็นช่วงที่ลูกๆ เปิดเทอมรายจ่ายจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ของก็ขายไม่ดีทำให้รายได้ลดลง ในแต่ละเดือนตนและสามีจะต้องจ่ายค่างวดรถยนต์ซึ่งเป็นรถที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งขนของไปขาย

ทั้งไว้รับส่งลูกไปโรงเรียน เป็นรถยนต์ฟอร์ดเรนเจอร์ แค็ป สีดำ หมายเลขทะเบียน ยง 3483 นครราชสีมา ผ่อนจ่ายอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งในราคางวดละ 9,643 บาท ยังเหลืออยู่ 32 งวดถึงจะครบสัญญา ตนและสามีจึงคิดอยากจะเอารถไปรีไฟแนซ์เพื่อให้ค่างวดในแต่ละเดือนลดลงให้เหลือประมาณ 6-7 พันบาทเพื่อลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

Advertisement

จากนั้นได้รู้จักกับนางมณีกานต์  หรือแตง อายุ 41 ปี ชาว อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ซึ่งมาเป็นสะใภ้ของคนในหมู่บ้าน และเป็นลูกค้าส้มตำของตนด้วย โดยนางมณีกานต์คุยว่าตัวเองทำงานอยู่บริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนครราชสีมา แต่ไม่ต้องเข้าบริษัททุกวัน วันไหนมีงานถึงจะเข้าไป ตนจึงสอบถามถึงเรื่องการรีไฟแนนซ์ของรถตัวเองว่าจะต้องทำยังไงบ้างเพราะต้องการให้ยอดชำระแต่ละเดือนลดลง นางมณีกานต์จึงอาสาทำให้ทุกอย่าง ตนและสามีก็หลงเชื่อเพราะเห็นว่าเป็นคนในหมู่บ้านเห็นหน้ากันทุกวัน โดยพฤติกรรมของนางมณีกานต์คือบอกว่าจะไปดำเนินการปิดยอดจากบริษัทไฟแนนซ์เดิมให้ แต่จะต้องมีทรัพย์สินไปเป็นหลักประกันในการดำเนินเอง

ตนจึงเอารถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ไปเป็นหลักประกัน วันต่อมาคือวันที่ 9 พ.ค.66 นางมณีกานต์โทรศัพท์มาบอกว่ายอดเงินค่อนข้างสูง เจ้าของเงินจึงอยากให้นำรถยนต์ฟอร์ดเรนเจอร์คันดังกล่าวมาจอดไว้ที่บริษัทเป็นเวลา 3 วัน เพื่อเป็นหลักประกันโดยนัดรับรถกันที่ตลาดพิมายเมืองใหม่ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ตนและสามีจึงขับรถยนต์มาเปลี่ยนเอารถจักรยานยนต์กลับคืน

นอกจากนี้ นางมณีกานต์ยังมีใบมอบอำนาจมาให้นายอุเทณต์ สามีของตนซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของรถเซ็นชื่อบอกว่าเป็นใบมอบอำนาจในการรับเล่มคืนจากบริษัทไฟแนนซ์เดิม สามีของตนก็เซ็นให้ตามที่เขาบอก ต่อมานางมณีกานต์ได้โอนเงินมาให้ตน 10,000 บาท บอกว่าเป็นเงินส่วนต่างที่เจ้าของรถจะได้คืน จนเวลาผ่านไป 3 วัน นางมณีกานต์ก็ไม่เอารถมาคืน ผ่านไป 1 เดือน ก็ยังไม่เอารถมาคืน จึงได้ไปทำข้อตกลงไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.66 ว่าให้นางมณีกานต์นำรถมาส่งคืนภายใน 7 วัน ถ้าไม่นำมาส่งคืนจะดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งนางมณีกานต์ก็เซ็นรับทราบตามข้อตกลง จนเวลาล่วงเลยเกิน 7 วัน ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้รถคืน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.66 ตนจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อให้ช่วยติดตามหารถ และดำเนินการกับนางมณีกานต์ คนที่มาหลอกลวงเอารถยนต์ของตนไป ให้มารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนเวลาล่วงเลยถึงเดือนกันยายน 2566 คดีก็ยังไม่คืบหน้า ตนจึงโทรศัพท์ไปสอบถามทางร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ความว่าออกหมายเรียกไปแล้ว 2 ครั้ง แต่นางมณีกานต์ไม่มาตามนัด จะได้ออกหมายจับต่อไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่มีการดำเนินการอะไรทั้งสิ้น เพราะทุกวันนี้บริษัทไฟแนนซ์เดิมก็ยังทวงถามค่างวดและเตรียมจะฟ้องคนค้ำประกันด้วย และรถของตนก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ส่วนนางมณีกานต์ก็ยังดำเนินชีวิตอยู่ในหมู่บ้านตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จนล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค.67 ที่ผ่านมา ก็ได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบแบบเดิมว่ากำลังดำเนินการอยู่ ตนและครอบครัวเดือดร้อนมากกลัวว่าคดีจะหมดอายุความเสียก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องรอการดำเนินคดีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปอีกนานแค่ไหน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image