หนุ่มหาของป่าพบหัวกระสุนปืน ค.60 หยิบขึ้นมาดูระเบิดตูม ฉีกร่างเละ ขณะลูกชายวัย 9 ขวบโชคดีอยู่ห่างเห็นเหตุการณ์ตกใจวิ่งกระเจิงลงจากเขามาร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน จนท.หลายหน่วยระดมกำลังออกเดินเท้าค้นหาในพื้นที่เสี่ยงนานเกือบครึ่งวันจนพบ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 มกราคม ร.ต.อ.อรรถพันธ์ คชสีห์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนเขาน้ำหยด มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นคนหาเก็บของป่า 1 ราย ด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ต.หัวสำโรง อ.แปลง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปสอบสวนยังในทีเกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย เนื่องจากเคยใช้เป็นสนามฝึกทางยุทธวิธีและเป็นสนามยิงเครื่องยิงอาวุธหนักของหน่วยงาน ตชด.และหน่วยทหารในพื้นที่ ลักษณะเป็นเชิงเขาลาดเอียงลดหลั่นระดับไม่สูงมากนักลงมายังพื้นด้านล่างจนถึงแนวถนนสายหัวสำโรง-บ้านหนองสทิต แต่ยังไม่สามารถเข้าไปยังในเขตพื้นที่ดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย จึงประสานเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่มีความชำนาญในพื้นที่ให้เดินทางเข้ามาช่วยกันค้นหาที่เกิดเหตุและศพของผู้เสียชีวิต

ขณะเกิดเหตุมีเพียงนายวุฒิพงษ์ อายุ 39 ปี ชาว ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ผู้เสียชีวิต และ ด.ช.จักพงษ์ อายุ 9 ปี 9 เดือน บุตรชายนายวุฒิพงษ์ ซึ่งทั้งคู่เดินทางมาหาของป่าด้วยกัน
หลังเกิดเหตุ ด.ช.จักพงษ์ ซึ่งมีรอยขีดข่วนบนแขนและขาจำนวนมาก ได้ตกใจวิ่งหนีลงมาจากเขาเพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจทราบ จึงไม่มีใครทราบถึงจุดเกิดเหตุที่แน่ชัด
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จาก กก.2 บก. กฝ. บช.ค่ายพระยาสุรสีห์ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพนมสารคามและกำลังเจ้าหน้าที่จาก สภ.แปลงยาว เดินทางเข้ามายังในพื้นที่ และแบ่งกำลังกันเดินเท้าเข้าไปยังในพื้นที่ เพื่อค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและจุดเกิดเหตุจนพบว่าผู้เสียชีวิตอยู่ภายในร่องน้ำธรรมชาติระหว่างแนวเชื่อมรอยต่อของหุบเขาที่ลักลั่นกัน ห่างจากแนวถนนประมาณ 400 เมตร ถูกแรงระเบิดที่สะโพกขวาด้านหลัง ทำให้ชิ้นเนื้อหายไปเป็นหลุมลึกขนาดกว้างประมาณ 20 ซม. ตามลำตัวมีรอยไหม้ของดินระเบิด มีบางแห่งพุพองจนผิวหนังเปิดออก โดยมีเสื้อกีฬาสีชมพูแถบฟ้าและกางเกงยีนส์สีดำสภาพขาดวิ่นยังคงสวมติดร่างกายอยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ฉะเชิงเทรา จึงให้อาสาหน่วยกู้ภัยเคลื่อนย้ายร่างไปเก็บรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนจะรวมรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นในเวลา 16.00 น. จากนั้นได้เคลื่อนย้ายร่างไปที่ รพ.แปลงยาว เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง ก่อนจะมอบให้ทางญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
สอบถาม ร.ต.ต.ชัยวัฒน์ เชิดสระน้อย หัวหน้าชุด EOD จากค่ายพระยาสุรสีห์ ตชด.แปลงยาว ซึ่งนำกำลังมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ 3 นาย เปิดเผยว่า ระเบิดที่ผู้เสียชีวิตเก็บมาน่าจะเป็นระเบิดจากเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม. (ค.60) เนื่องจากยังพบลูกระเบิดขนิดเดียวกันอีก 1 ลูกที่ยังไม่ระเบิดใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ แต่ต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งว่าระเบิดที่เกิดการระเบิดขึ้นเป็นขนิดเดียวกันกับที่ตกอยู่หรือไม่ โดยในพื้นที่แห่งนี้ไม่ถูกใช้งานมานานกว่า 2 ปีแล้ว

นายภิรมย์ อายุ 30 ปี น้องชายต่างบิดาของนายวุฒิพงษ์ กล่าวว่า หลังทราบเหตุได้รีบเดินทางมาพร้อมกับพี่ชายคนกลาง ตนมีพี่น้องรวม 3 คน ผู้เสียชีวิตเป็นพี่ชายคนโต ส่วนตนเป็นน้องชายคนเล็ก เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พี่ชายมีภรรยาอยู่ที่ ต.หัวสำโรง แห่งนี้ ขณะเกิดเหตุเขาเข้าไปหาหน่อไม้กับลูกตั้งแต่ช่วงเช้า ระหว่างขากลับเดินลงมาจากเขาได้แวะนั่งพักบริเวณใกล้ลำธารธรรมชาติ คาดว่าอาจเก็บหัวลูกระเบิดที่ยังไม่ระเบิดลงมาจากเขาด้วย เมื่อนั่งพักจึงหยิบขึ้นมาดูจนเกิดการระเบิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรตามขั้นตอนแล้วจะนำร่างไปตั้งสวดพระอภิธรรมยังที่วัดนพเกตุ ใน ต.หัวสำโรง ต่อไป

