หน้าแรก ภูมิภาค จับตัวตึงบางพ...

จับตัวตึงบางพาน หลอนยาหนัก เอาที่ดินมรดกแม่ไปขาย เสพยาบ้า 140 เม็ดใน 2 วัน

14.01.24 | 17:59 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตักเตือน ชายตะโกนด่าทอเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง พบเป็นยอดนักเสพ ขายมรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้ เอาเงินไปซื้อยาเสพ ฉายา ตัวตึงบางพาน คาดเสพยาไปแล้ว 140 เม็ดในสองวัน เลยเกิดอาการเพี้ยนดังกล่าว

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 14 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองสิงห์บุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีชายก่อเหตุเอะอะโวยวาย และด่ากราดชาวบ้าน ลักษณะคล้ายคนเมา จึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเข้าไปว่ากล่าวตักเตือน และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลบางมัญ  อำเภอเมืองสิงห์บุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายสมพิศ ไวว่อง อายุ 41 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ฉายาว่า “ตัวตึงบางพาน” เนื่องจากเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง จนเป็นที่รู้จักกันในนาม ขาประจำ

 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแบ่งกำลังออกเป็นสองชุด พร้อมอุปกรณ์ไม้ง่าม เพราะรู้และคุ้นเคยกิตติศัพท์นายสมพิศเป็นอย่างดี ก่อนจะเข้าไปเรียกนายสมพิศออกมา ซึ่งครั้งนี้นายสมพิศเดินออกมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะขัดขืนแต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบยังภายในบ้านของนายสมพิศ พบยาบ้าและเศษเหรียญเงิน วางกระจายอยู่ทั่วพื้นบ้าน จึงเก็บรวบรวมยาบ้าพร้อมนำตัวนายสมพิศ ที่อยู่ในอาการไม่ปกติกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองสิงห์บุรี

จากการสอบสวนทราบว่า นายสมพิศอาศัยอยู่เพียงลำพัง พ่อและแม่ต่างก็เสียชีวิตไปหมดแล้ว นายสมพิศเพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติดมาได้เพียง 1 เดือน หลังพ้นโทษออกมา นายสมพิศได้ขายที่ดินมรดกของแม่ได้เงินมา 50,000 บาท ก่อนจะนำเงินก้อนดังกล่าวไปซื้อยาบ้ามาเสพ แบบเสพทิ้งเสพขว้าง ซึ่งหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบภายในบ้านของนายสมพิศ มีถุงบรรจุยาบ้าจำนวน 2 ถุงๆ ละ 200 เม็ด แต่ยาบ้าที่เจ้าหน้าที่จัดเก็บได้มีเพียง 60 เม็ด ซึ่งแสดงว่านายสมพิศเสพไปแล้ว 140 เม็ด ในช่วงเวลาเพียง 2 วัน จนทำให้เกิดอาการเพี้ยน และเอะอะ ตะโกนด่าทอเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้ามาตักเตือนและจับกุมหลังพบว่ามียาบ้าไว้ในครอบครอง

Advertisement

โดยระหว่างการสอบสวนนายสมพิศยังมีอาการที่ไม่ปกติ พร้อมเอ่ยขอโอกาสอีกครั้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการตรวจสอบพบว่า นายสมพิศนำเงินที่ขายที่ดิน 50,000 บาท ไปซื้อยามาเสพ ทำให้เหลือเงินอยู่เพียง 18,031 บาท ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวดำเนินคดี และจะขยายผลต่อไป