ประธานกู้ภัยสยามเชียงคำ โวยเงินตู้บริจาคหายนับแสน ลั่นต้องหาคนผิดมาลงโทษ ผกก.เผย รอผลตรวจดีเอ็นเอ
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 มกราคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังสำนักงานกู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจจุดเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา หลัง นายธวัชชัย ใจดี ประธานมูลนิธิ ได้ร้องต่อสื่อว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค.67 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ออกปฏิบัติงานประจำได้แจ้งมาว่าเงินในตู้บริจาคนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยสภาพตู้บริจาคเหมือนถูกขันสกรูนอต ก่อนที่จะหยิบเงินออกไปทั้งหมด ซึ่งตู้บริจาคดังกล่าวลักษณะเป็นแบบเหมือนโลงศพเด็ก ทั้งนี้ นายธีรพงศ์ เนินวิเชียร เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจจุดเชียงคำ เป็นคนพบคนแรกในรุ่งเช้าวันที่ 4 ด้วย
นายธวัชชัยกล่าวว่า ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะเงินที่หายนั้นส่วนใหญ่เป็นเงินที่ชาวบ้านทั้งในพื้นที่และผู้ใจบุญจากทั่วสารทิศได้เดินทางเข้ามาบริจาคเงิน อีกทั้งยังมีเงินทำบุญโลงศพด้วย โดยหลังจากที่เกิดเรื่องนั้นตนได้มีการพูดคุยอยู่ระยะหนึ่งก่อน และหลังจากนั้นจึงได้ตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยเดินทางไปยัง สภ.เชียงคำ เพื่อเข้าร้องทุกข์แจ้งความในเรื่องที่เกิดขึ้นต่อพนักงานสอบสวนด้วย ทั้งนี้ ยังไม่ได้สงสัยหรือปักใจเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ในหน่วย ใครคนใดคนหนึ่งจะเป็นคนเอาไป ซึ่งอย่างไรก็ต้องรอผลพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานก่อน และสำหรับเรื่องเงินบริจาคหายนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้ ซึ่งเงินหายตอนนั้นคาดว่าจะมีถึงหลักหมื่นด้วยกัน และหลังจากนี้จะได้มีการประชุมชุดใหญ่ในการจัดระเบียบองค์กรใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ อยากขอโทษชาวบ้านและผู้ใจบุญทุกคนที่เรื่องราวเช่นนี้ได้เกิดขึ้นมา เจ้าหน้าที่ในศูนย์กู้ภัยแห่งนี้ก็ไม่มีความสบายใจในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
ด้านนายธีรพงศ์ ผู้พบเห็นคนแรก ได้เล่าว่า ตอนคืนวันที่ 3 ม.ค.67 นั้นยังเห็นสภาพของตู้บริจาคยังคงปกติ แต่พอรุ่งเช้าวันที่ 4 กลับพบว่าสกรูนอตถูกขันออกทั้งหมด ซึ่งเงินภายในก็หายเกลี้ยงไปด้วย กลับทิ้งไว้เพียงเงิน 700 กว่าบาทเท่านั้น โดยหลังจากที่เงินหายไปนั้นตนก็โวยวายเป็นอย่างมากด้วยเงินที่หายไปเป็นเงินบริจาคของพี่น้องประชาชนทั้งหมดที่นำมาทำบุญในหน่วยของตน ทั้งนี้ หลังจากที่เกิดเรื่องเจ้าหน้าที่ในหน่วยก็ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เชียงคำ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเก็บหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวผู้กระทำผิดได้ ทั้งนี้ อยากฝากถึงโจรใจบาปที่ขโมยเงินในครั้งนี้ว่าอย่าได้ทำแบบนี้อีก และครั้งนี้ทางหน่วยก็ไม่ให้อภัยอย่างแน่นอน เพราะหายมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วย ซึ่งครั้งนี้คาดว่าเงินหายร่วมแสนบาทเลยทีเดียว
ล่าสุด พ.ต.อ.สาคร สุขภูมิพงศ์ ผกก.สภ.เชียงคำ ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดพิสูจน์หลักฐานได้เก็บข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือ หรือดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย ซึ่งเวลานี้ได้ทำการส่งตรวจที่ภาค 5 เป็นที่เรียบร้อย ส่วนพนักงานสอบสวนนั้นได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทั้งได้ทำการสอบปากคำเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไว้เบื้องต้นแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะได้รู้คำตอบแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นคนขโมยเงินนี้ ซึ่งจะได้นำตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไปเช่นกัน

