หน้าแรก ภูมิภาค สั่งปิดโรงงาน...

สั่งปิดโรงงานพลาสติก 7 วัน หลังตรวจสอบไม่ได้มาตรฐาน ปล่อยก๊าซอันตรายกระทบชาวบ้าน

17.01.24 | 10:07 น.

สั่งปิดโรงงานพลาสติก 7 วัน หลังตรวจสอบไม่ได้มาตรฐานปล่อยก๊าซอันตรายกระทบชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.สมบัติ มาลัย ผกก.3 บก.ปทส. ได้เป็นประธานการประชุมชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องผลกระทบจากการประกอบกิจการของโรงงานแชมป์ พลาสติก รีไซเคิล หลังจากที่กลุ่มชาวบ้านได้มีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 ก.ค.67 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มชาวบ้านได้ทำการร้องเรียนไปแล้วหลายครั้ง

ซึ่งครั้งล่าสุดที่มีการร้องเรียนและมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบนั้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค.66 ที่ผ่านมา ได้มีการสั่งปิดโรงงานเป็นการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงโรงงานให้มีมาตรฐานไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทั้งระบบบำบัดน้ำเสียและระบบควบคุมควันพิษที่เกิดจากการหลอมพลาสติกตรวจพบสารอันตรายต่อสุขภาพของชาวบ้าน 3 ชนิด คือ ก๊าซ Phosphine (ฟอสฟีน), ก๊าซ Furan (ฟิวแรน) และก๊าซ Phosgene (ฟอสจีน) ซึ่งถ้าหากประชาชนได้รับสารเหล่านี้เข้าร่างกายก็จะมีอาการเจ็บป่วยและถ้าได้รับเป็นระยะเวลานานๆ ก็อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต

นอกจากนี้การประกอบกิจการของโรงงานก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเอกสารสิทธิการเข้าทำกินในพื้นที่ แต่กลับพบว่าโรงงานดังกล่าวยังประกอบกิจการเรื่อยมาและยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้านทั้งปัญหาเรื่องกลิ่นและควันพิษที่เกิดจากการหลอมพลาสติก, ปัญหาน้ำเสีย และปัญหาขยะที่ปลิวว่อนอยู่ภายในชุมชน จึงทำให้วันนี้ทางศูนย์ดำรงธรรมได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการของโรงงานแชมป์ พลาสติก รีไซเคิล

ภายหลังจากการประชุมได้มีการลงพื้นที่ไปยังโรงงานแชมป์พลาสติก ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 456 หมู่ 3 บ้านหนองพลวงน้อย ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการ พบว่ามีปัญหาในการดำเนินกิจการหลายอย่าง เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียที่เคยมีการรับปากว่าจะแก้ไขแต่กลับว่าการก่อสร้างปรับปรุงก็ยังคงไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงปัญหาการจัดเก็บขยะก็ไม่ผ่านมาตรฐานโดยพบว่ามีขยะจำนวนมากกองอยู่ภายในโรงงานพร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นอยู่ตลอดเวลา และปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ชาวบ้านร้องเรียนก็คือปัญหาควันพิษที่เกิดจากการหลอมพลาสติกก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

Advertisement

นอกจากนี้สิทธิในการเข้าทำกินก็ยังไม่ได้รับการชี้แจงจากเจ้าของกิจการเข้ามาใช้สิทธิอะไรในการประกอบกิจการในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ตั้งโรงงานนั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบว่าเป็นที่ของป่าไม้หรือที่ดินของทาง ส.ป.ก. แต่อย่างไรก็ตามทาง ส.ป.ก.เองได้มีการออกหนังสือให้ทางเจ้าของกิจการชี้แจงแต่ทางเจ้าของกิจการได้มีการขอเลื่อนการชี้แจงสิทธิในการเข้าประกอบกิจการซึ่งจะครบกำหนดขอเลื่อนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นี้

โดยทาง พ.ต.อ.สมบัติ มาลัย ผกก.3 บก.ปทส. ได้กล่าวภายหลังจากการตรวจสอบว่า การดำเนินกิจการของโรงงานแห่งนี้ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานหลายอย่าง โดยในเบื้องต้นได้มีการขอความร่วมมือให้ทางเจ้าของกิจการได้ปิดกิจการชั่วคราว 7 วัน เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ โดยให้ทางเทศบาลตำบลโพธิ์กลางคอยกำกับดูแลหากพบมีการฝ่าฝืนประกอบกิจการให้ทางเทศบาลฟ้องในข้อหาขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งเป็นคดีความทางอาญา

สำหรับในส่วนของการตรวจสอบสิทธิในการเข้าประกอบกิจการในพื้นที่ดังกล่าวนั้นคงต้องรอคำชี้แจงของทางเจ้าของกิจการ และขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารของที่ดินที่ตั้งโรงงานว่าเป็นที่ดินแบบไหน และถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าการเข้าประกอบกิจการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะดำเนินการฟ้องร้องให้ปิดกิจการถาวร

ทางด้าน ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ตนเชื่อว่าขั้นตอนในการตรวจสอบต่างๆ จะมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมีความคืบหน้าในเรื่องของการตรวจสอบ ซึ่งหลังจากนี้ทางเทศบาลต้องคอยกำกับการดำเนินกิจการของโรงงานเพื่อไม่ให้ฝ่าฝืนหรือละเมิดข้อตกลงในการปิดกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขหากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็จะดำเนินกฎหมายทันที

ซึ่งหลังจากการตรวจสอบเสร็จแล้วชาวบ้านในพื้นที่ที่มารวมตัวกันหน้าโรงงานต่างรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็มีการสั่งปิดโรงงานถึงแม้จะเป็นแค่เพียงการปิดชั่วคราว 7 วัน

โดย นางคอน อายุ 79 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ที่มีบ้านอยู่ตรงข้ามกับโรงงาน บอกว่า ตนได้มีโอกาสเข้าไปในโรงงานพร้อมกับเจ้าหน้าที่จึงทำให้เห็นสภาพภายในโรงงานแล้วทั้งสกปรกและมีกลิ่นเหม็นจนทำให้ตนอาเจียนขึ้นมา ซึ่งชาวบ้านต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมอย่างนี้มาเป็นเวลานาน จนมาถึงวันนี้ที่เจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบและได้มีการสั่งปิดกิจการชั่วคราวตนรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก ก็ได้แต่หวังว่าทางเจ้าหน้าที่จะสามารถสั่งปิดโรงงานแห่งนี้ได้อย่างถาวรเพื่อสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่