หน้าแรก ภูมิภาค ยอดเสียชีวิตพ...

ยอดเสียชีวิตพุ่ง 23 ราย โรงงานพลุระเบิด เจ้าของ-ลูก-เมีย หนีไม่ทัน ดับสลด 

17.01.24 | 18:46 น.

ยอดเสียชีวิตพุ่ง 23 ราย โรงงานพลุระเบิด เจ้าของ-ลูก-เมีย หนีไม่ทัน ดับสลด 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดในพื้นที่หมู่ 3 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน โดยยังไม่พบผู้บาดเจ็บ ส่วนโรงงานแห่งนี้เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วเมื่อปี2565 นั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อีโอดี เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยยืนยันว่าขณะนี้พบผู้เสียชีวิตที่ยืนยันได้ 23 ราย รวมเจ้าของโรงงาน ลูกและเมียด้วย

จากการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการของโรงงานดังกล่าว พบว่า มีใบอนุญาตถูกต้องให้ทำหรือค้าดอกไม้เพลิง ออกโดยอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.66 และจะหมดอายุในวันที่ 23 ม.ค.67

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 30 คน ซึ่งอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ เบื้องต้นได้ตั้งโต๊ะให้ญาติเข้ามาแจ้งรายชื่อของผู้สูญหายหรือเสียชีวิตที่ทำงานอยู่ในโรงงานดังกล่าว เพื่อยืนยันตัวตน และในเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

Advertisement

1.น.ส.น้ำฝน เกิดนอก 2.นางพะเยาว์ บุญกล่อม 3.นางบุญเกื้อ ทองสัมฤทธิ์ 4.นายทวีศักดิ์ ทองสัมฤทธิ์ 5.นางรัชนี พันธ์ต้น 6.นายรุ่งโรจน์ อุ่มน้อย 7.นางสมนึก บุญกลอง 8.นางมานพ วาดพันธ์อินทร์ 9.น.ส.พรทิพย์ พันธ์แตง 10.นายเก่ง (ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง)

11.น.ส.เตือนใจ ยิ้มแย้ม 12.นายสำราญ สายทอง 13.นายสมควร แจ้งวิถี 14.นางสุชาดา (ยังไม่ทราบนามสกุล) และ 15.นางภัสสร (ยังไม่ทราบนามสกุล) 16.นางรำไพ เคนมา 17.นายโสพล สอยค้าข้าว 18.นางแสงเดือน ปรางจันทร์ 19.นายตั้ม ปรางจันทร์ 20.นางแหม่ม ขวัญอ่อน

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจสวนแตง สุพรรณบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นที่ได้รับแจ้งเหตุ จึงได้นำรถน้ำเข้าพื้นที่เกิดเหตุ พอมาถึงกลางทาง ได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบว่าเป็นโรงบรรจุพลุ พบพื้นที่เสียหายราบเป็นหน้ากลอง มีรถกระบะเสียหาย 1 คัน รถจักรยานยนต์เสียหายนับสิบคัน

จากการตรวจสอบไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านบอกว่า ไม่มีใครวิ่งออกมาจากพื้นที่เกิดเหตุเลย จึงได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบร่างผู้เสียชีวิต 10 กว่าราย และค้นหาผู้เสียชีวิตเพิ่มเรื่อยๆ นับได้ 20 กว่าราย ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง