หน้าแรก ภูมิภาค พ่อร้องไห้โฮ ...

พ่อร้องไห้โฮ เห็นศพลูกป.6 อาสาช่วยเก๋งยางแตก เจอแอคคอร์ดคล้ายเมาชนดับ เร่งวัดแอลกอฮอล์

19.01.24 | 10:10 น.

พ่อร้องไห้โฮ เห็นศพลูกป.6 อาสาช่วยเก๋งยางแตก เจอแอคคอร์ดคล้ายเมาชนดับ เร่งวัดแอลกอฮอล์

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 19 มกราคม พ.ต.ต.ชัชวาล สุวรรณหงษ์ สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า ใกล้ทางด่วนงามวงศ์วาน มุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร หลังรับแจ้งรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉินของเทศบาลนครนนทบุรี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเลนขวาสุด พบรถเก๋งฮอนด้า รุ่น แอคคอร์ด สีขาว มีนายคมสันต์ หงษ์ขจร อายุ 54 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่ในอาการคล้ายคนเมา กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยสภาพรถชนอัดติดอยู่กับท้ายรถเก๋งฟอร์ด รุ่นอีโค่ มีนายสุรชัย ศิริทรัพย์ธนากร อายุ 50 ปี เป็นผู้ขับขี่ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีดำแดง ล้มคว่ำพังเสียหาย

ส่วนอีกฝั่งของถนนขาออกเลนขวาสุด พบรถเก๋งยี่ห้อ เบนซ์ รุ่น C200 สีขาว มี นางสาวนนลณีย์ ฉัตรชัยสิทธิ์ อายุ 41 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่ในอาการตกใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาพหน้ารถพังเสียหายกระจกแตก ห่างจากหน้ารถพบศพ ด.ช.วีรยุทธ จินดาแดง อายุ 13 ปี หรือ ทู นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลนครนนท์วิทยา 4 วัดท้ายเมือง ถูกรถเบนซ์ที่วิ่งสวนทางมาจากแยกพงษ์เพชรมุ่งหน้าแยกแคราย ชนซ้ำอีกครั้งหนึ่ง นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน

Advertisement

นายสุรชัย คนขับรถเก๋งฟอร์ดสีส้ม กล่าวว่า ขับมาทางด้านเลนขวาจะกลับบ้านพักที่ลาดพร้าว ไม่รู้ไปทับโดนอะไรทำให้ยางรถด้านขวาแตกทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ทำอะไรไม่ถูกมาหยุดอยู่ตรงเลนขวาสุด แล้วลงจากรถมาโบกให้สัญญาณอยู่ประมาณ 10-15 นาที ได้มีน้องอาสากู้ภัยมาช่วยเหลือ และถามว่าต้องเรียกรถสไลด์หรือไม่ โดยที่อาสาได้หันหน้ารถ จักรยานยนต์กลับสวนไปเพื่อให้ไฟสัญจรกับรถที่ขับมา เนื่องจากตรงนั้นไฟส่องสว่างน้อยเกรงว่าจะเกิดอันตราย

นายสุรชัย กล่าวว่า ระหว่างกำลังพูดคุยกันอยู่ มีรถเก๋งขับพุ่งมาชนอย่างแรงทางด้านหลัง ทำให้น้องอาสากู้ภัยที่ยืนอยู่หน้ารถของตน ถูกแรงกระแทกจากการชนกระเด็นข้ามฝั่ง ก่อนถูกชนซ้ำเสียชีวิต ส่วนรถคันที่มาชนไม่ทราบว่ามาจากทางไหนแต่ไม่ได้มาทางตรงแน่นอนน่าจะเบี่ยงมาชน

นายศิวบุตร ขันทอง อายุ 21 ปีอาสากู้ภัย กล่าวว่า ขณะนั้นได้รับแจ้งมีเก๋งจอดเสียทางด้านเลนขวา จึงได้มาจอดรถช่วยเหลือเปิดสัญญาณไฟไซเรนปิดท้ายรถเก๋งที่จอดเสียไว้ โดยเปิดสัญญาณไฟได้ประมาณ 3-4 นาที ต่อมาน้องผู้เสียชีวิตได้มาช่วยโดยจอดรถทางด้านหน้ารถเก๋งฟอร์ด โดยน้องมากับนายโจ้ จินดาแดง อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นลุง และเป็นอาสาสมัครศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ ซึ่งขณะที่น้องยืนอำนวยการจราจรอยู่นั้น มีรถเก๋งคันขาวได้ชนรถคันสีส้ม พร้อมกับตัวน้องผู้เสียชีวิตทำให้น้องนั้นกระเด็นข้ามไปยังอีกฝั่งในเลนสวน แล้วถูกรถเบนซ์ที่วิ่งสวนมาอีกฝั่งหนึ่งชนซ้ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนทราบว่า รถเก๋งฟอร์ดคันสีส้ม ขับข้ามแยกแครายมุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางรถด้านขวาแตกทั้งหน้าและหลัง จึงจอดเลนขวาสุด ก่อนมีอาสาป่อเต็กตึ๊ง มาช่วยเหลือ อยู่ประมาณ 15 นาที ได้รถเก๋งสีขาว พุ่งมาชนท้าย โดยมีอาสากู้ภัยรวมทั้งผู้เสียชีวิตมาช่วยโบกรถอำนวยการจราจร ระหว่างนั้นได้มีรถเก๋งฮอนด้า พุ่งเข้ามาชนจนผู้เสียชีวิตกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่จะถูกรถเบนซ์ชนซ้ำ

ต่อมานายปรีชา พ่อของ ด.ช.วีรยุทธ ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาดูศพลูกชายได้ร้องไห้เสียใจมีญาตินั่งปลอบใจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ได้ชันสูตรศพเบื้องต้น พบว่าผู้ตายมีบาดแผลก็กระโหลกศีรษะเปิด แขนขาหัก และมีแผลฉีกขาดข้างลำตัวด้านขวา จากนั้นจึงมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตร ขณะเดียวกันได้ประสานกับทางแพทย์โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าให้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือดซึ่งจะต้องรอผล ถึงจะแจ้งข้อกล่าวหากับนายคมสันต์ต่อไป โดยนายคมสันต์ ได้รับบาดเจ็บยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า