ตร.ยังไม่ตัดปม ‘ฆาตกรรม’ คดีกระดูกปริศนาเกลื่อนสวนมะพร้าว เร่งเก็บดีเอ็นเอสอบคนใกล้ชิด
จากกรณีเมื่อกลางดึก วันที่ 21 มกราคม 2567 พบโครงกระดูกมนุษย์กระจายเกลื่อนสวนมะพร้าว ม.8 ต.บางช้าง อ.อัมพวา พบหัวกะโหลก 1 หัว, กระดูกซี่โครง 12 ชิ้น, กระดูกท่อนแขนซ้าย, กระดูกท่อนขาซ้าย และกระดูกสันหลัง แต่ไม่พบกระดูกท่อนแขนขวา และกระดูกท่อนขาขวา ในที่เกิดเหตุพบมีดดายหญ้าตกอยู่ 1 เล่ม และพบกระเป๋า 1 ใบ จากการตรวจสอบมีเอกสารประจำตัวระบุชื่อนายชลอ ย่งรัง อายุ 70 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.9 ต.บางช้าง อ.อัมพวา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และประสานญาติมาร่วมตรวจสอบนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุในช่วงกลางวันอีกครั้ง ในที่เกิดเหตุเป็นสวนมะพร้าวที่รกชัฏ ห่างจากถนนลาดยางประมาณ 1 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไปอย่างยากลำบาก โดยมีนายนพดล เหล่าชูชัยสกุล กำนันตำบลบางช้าง, นายวิชัย ภมร ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 และ นายอำพล ลอยมา ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวผู้เสียชีวิต
นายนพดลเล่าว่า ผู้ตายเป็นโรคหัวใจ เบื้องต้นตนคาดว่าผู้ตายเดินเข้ามาในสวนบริเวณนี้ เพื่อเข้ามาเก็บลูกมะพร้าวไปขายสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้แค่เบี้ยผู้สูงอายุ 700 บาท ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ขณะที่จุดเกิดเหตุเป็นทางเดินที่ไม่ห่างจากบ้านพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่านายชลอจะหัวใจวาย หรือไม่ก็เป็นลม เสียชีวิตก็เป็นได้ ส่วนข้อสงสัยที่นายชลอหายตัวไป 3 สัปดาห์ แต่ลูกชายกลับไม่แจ้งความนั้น เนื่องจากครอบครัวนี้เป็นลักษณะต่างคนต่างอยู่
นายชลอ ผู้ตายอยู่บ้านตามลำพัง ส่วนลูกชายอยู่กับป้า หรือพี่สาวของผู้เสียชีวิต ต่างคนต่างทำงาน เช้าลูกชายก็ออกไปรับจ้างปีนเก็บมะพร้าว ไม่ค่อยได้พูดจากัน อีกทั้งลูกชายก็คิดว่าบิดาไปหาพี่สาว เพราะรถจักรยานจอดอยู่บ้าน ทั้งที่ปกติจะไปไหนจะเอาจักรยานไปด้วย อีกทั้งโทรศัพท์ไปหาพี่สาวแล้วติดต่อไม่ได้ อีกทั้งคิดว่าบิดาอาจจะมีแฟนใหม่ไปอยู่กับแฟนใหม่
เนื่องจากที่ผ่านมา บิดามักจะมีแฟนใหม่ไปมาหากัน ลูกชายจึงไม่ได้คิดว่าบิดาจะมาเสียชีวิต อีกทั้งสวนนี้เจ้าของสวนอายุมากแล้ว จึงปล่อยทิ้งร้าง ไม่ได้เข้ามาดูแลสวน อย่างไรก็ตามจากการสอบถามลูกบ้านทราบว่าผู้ตายไปซื้อกาแฟที่ร้านเจ๊หมู ในวัดจุฬามณี ในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 กระทั่งหายตัวไป และลูกชายก็ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ว่าบิดาหายไปเมื่อประมาณวันที่ 10 มกราคม 2567 แต่ก็คิดว่าไปหาพี่สาว
ด้าน พ.ต.อ.เพชรกล้า ผกก.สภ.อัมพวา เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.สมุทรสงคราม เก็บวัตถุพยานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังสืบสวนหาข่าวจากผู้นำในพื้นที่ และครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายซึ่งเป็นโรคหัวใจมารับจ้างดายหญ้าในสวน แต่เกิดหัวใจวายเสียชีวิตไม่มีใครเห็นจึงเป็นเหยื่อของตัวเหี้ย มาฉีกร่างกายนายชลอไปกัดกินจนกระดูกกระจัดกระจายเกลื่อนสวนมะพร้าวก็เป็นได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ตัดประเด็นถูกฆาตกรรมทำร้ายจนเสียชีวิต
เนื่องจากลูกชายให้การวกวน มีข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น ทำไมพ่อหาย จึงไม่ตามหา หรือแจ้งความ, คิดว่าพ่อไปอยู่กับพี่สาวทำไมไม่โทรสอบถามกัน เป็นต้น จึงส่งโครงกระดูกไปชันสูตรอย่างละเอียดว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายหรือไม่ ที่แผนกนิติเวช รพ.ตำรวจ
นอกจากนี้บัตรประชาชนที่พบ ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นของโครงกระดูกหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบอัตลักษณ์ได้ จึงส่งตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้ง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และจะสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

