หน้าแรก ภูมิภาค สกัดจับ &#821...

สกัดจับ ‘โรจน์ท่าผา’ ย่องขับกระบะไปรษณีย์หนี จนมุมที่กาญจน์ สารภาพจะเอาพัสดุไปขายหาเงิน

26.01.24 | 07:43 น.

สกัดจับ ‘โรจน์ท่าผา’ ย่องขับกระบะไปรษณีย์หนีไปเรื่อย จนมุมที่กาญจน์ สารภาพจะเอาพัสดุไปขายหาเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์เป็นรถยนต์กระบะของบริษัทขนส่งไปรษณีย์ไทย หายไปจากพื้นที่หมู่ 5 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เหตุเกิดเวลา 12.30 น. ของวันที่ 25 ม.ค.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งประสานสกัดจับกุมทั้งในพื้นที่จังหวัดข้างเคียงทันที

โดยกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพขณะที่ผู้ก่อเหตุปั่นรถจักรยานผ่านหน้ากล้องวงจรปิดไป แล้วเดินย้อนกลับมาตามเส้นทางโดยมีกระเป๋าสะพายมาด้วย จังหวะนั้นมีรถกระบะไปรษณีย์ไทยมาจอดส่งพัสดุพอดี คนขับลงจากรถเข้าไปติดต่อลูกค้าไม่ได้ดับเครื่อง ผู้ก่อเหตุอาศัยทีเผลอเปิดประตูแล้วขึ้นรถขับหนีออกไปทันที

สถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบัญชาการตำรวจทางหลวง (กาญจนบุรี-สุพรรณบุรี) ได้รับการประสานจากสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง ว่ามีเหตุลักทรัพย์รถยนต์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่บริเวณตรงข้ามหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจังหวัดราชบุรี แล้วมุ่งหน้าเข้าเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงวิทยุสั่งการให้หน่วยบริการทางหลวงทุกจุดเฝ้าสังเกตและออกตรวจตราตามเส้นทางที่เชื่อมต่อมาจากอำเภอบ้านโป่ง

Advertisement

ต่อมาเวลา 16.00 น. ของวันเดียวกัน จนท.ตร.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. พร้อม จนท.ตร.สภ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ได้ตรวจพบว่ารถคันที่ถูกลักมาคันดังกล่าว ได้ขับเข้ามาในพื้นที่ตำบลกลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันทำการสกัดจับรถคันดังกล่าวไว้ได้ที่สามแยกยางเกาะ ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี จึงควบคุมตัวคนก่อเหตุและรถกระบะมาสอบสวนที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย

ทราบชื่อคือ นายวิโรจน์ อายุ 31 ปี ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่วนรถของกลางเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สีขาว-แดง ตรวจสอบสิ่งของพัสดุลูกค้าครบถ้วน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านโป่ง มารับตัวผู้ต้องหาและรถกระบะของกลางที่มีกล่องพัสดุและจดหมายกว่า 50 รายการไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางด้าน พ.ต.ต.โจ เสาร์ประโคน สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 บก.ทล.ให้ข้อมูลว่า นายวิโรจน์ ผู้ก่อเหตุ เห็นว่ารถติดเครื่องไว้ ซึ่งขณะนั้นคนขับลงจากรถเข้าไปติดต่อลูกค้า นายวิโรจน์ จึงเปิดประตูด้านคนขับขึ้นไปก่อนจะขับรถคันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุทันที โดยไม่มีเป้าหมายปลายทาง คิดเพียงว่าจะขับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาจอดที่วัดด่านมะขามเตี้ย เพื่อลงมาดูว่าสิ่งของอะไรบ้างที่พอจะเอาไปขายเป็นเงินได้

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายวิโรจน์ ถึงสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ นายวิโรจน์ระบุว่า ตนเองไม่มีเงิน เมื่อผ่านมาเห็นว่ารถติดเครื่องไว้ ตอนนั้นก็คิดว่าจะขับรถคันดังกล่าวไปหาเงิน ไปหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งนายวิโรจน์ยอมรับว่า รู้ว่าตนเองทำผิดกฎหมาย