มล.ปนัดดา เปิดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์”
เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ปฐ ออร์แกนิก วิลเลจ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม มล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา เปิดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่9 “รวมพลังขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์”ระหว่างวันที่ 26-28 มกราค มีนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รายงานว่าจังหวัดนครปฐมมีพื้นที่เกษตรกรรมถึง
กว่า 6.5 แสนไร่หรือคิดเป็นประมาณ 50% ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของจังหวัดนครปฐมที่มีการนำมาเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัด
โดยตั้งเป้าหมายให้จังหวัดนครปฐมเป็นศูนย์กลางอาหารปลอดภัย หรื Food Safety Hub ด้วยการเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรและอาหารปลอดภัยที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และงานสังคมสุขใจ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 9 ในปีนี้ถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครปฐมเพราะนอกจากจะสร้างการตื่นตัวให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนครปฐม ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการรับรู้โนวงกว้าง และเพิ่มโอกาสการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ในอนาคต
มล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่า จากที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ “Carbon Neutrality” ภายในปี 2050และบรรลุเข้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ “Net Zero Emissions” ภายในปี 2065 ภาคการเกษตรในภาพรวมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมหากแต่การทำเกษตรอย่างเข้าใจด้วยระบบอินทรีย์จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ทั้งยังมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญดังกล่าว”ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วมได้มาในงานนี้ ได้เห็นการรวมพลังขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะคนไทยจะได้มีอาหารที่ปลอดภัย ทั้งยังช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น งานวันนี้จึงเป็นการยืนยันถึงโอกาสและอนาคตของคนไทยและประเทศไทยที่จะพัฒนาไปในทิศทางที่ยั่งยืนและมีส่วนร่วมในการดูแลโลกของเรา
ด้านนายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ประธานจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 กล่าวว่า วิกฤติโลกร้อนรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นลบแล้วในวันนี้แซงกันแก้ปัญหาขณะที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศเป็นอันดับแซงศาลของลูกคนไทยจริงต้องช่วยกันแซงกวนสังคมสุขใจครั้งที่เก้านี้นอกจากจะเป็นการรวมกลุ่มเกษตรกรอื่นๆในเครือข่ายสามพรานโมเดลและเครือข่ายแซงกวนประเทศกว่า 200 LINE จึงเป็นการรวมพลังคนในห่วงโซ่สังคมครั้งสำคัญมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ ต่างๆเช่นเทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์การแปรรูปการลดต้นทุนการจัดการขยะอาหารการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการท่องเที่ยววิถีซึ่งช่วยลดการเพิ่มอุณหภูมิของโลกได้โดยทุกคนมีส่วนร่วมลงมือทำ
“งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 9 เป็นงานประจำปีของคนรักสุขภาพ จัดขึ้นโดย มูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับ สำนักงาน
จัดประชุมและนิทรรศการ องค์การมหาชน (สสปน.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กลุ่มเซนทรัล
Rxv Wellness Village PTTGC SCGP สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ภาคีภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ”


