ร้อง สองผัวเมียนายหน้าที่ดินเหิมหนัก หลอกเงินมัดจำที่ดินทำเลทองหลังห้างดังในยโสธร เปลี่ยนเฟซวนขายไปเรื่อย เหลื่อหลงเชื่อนับสิบราย สูญเงินกว่า 3 ล้าน แถมขู่ทำร้าย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มกราคม ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธร นายสุรเชษฐ์ เวชกามา อายุ 45 ปี ชาวยโสธร พร้อมด้วยนายณรงค์ พินัส ทนายความและผู้เสียหายกว่า 10 ราย เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธร เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของสองผัวเมียซึ่งเป็นนายหน้าขายที่ดิน หลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินมัดจำ ก่อให้เกิดความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
นายสุรเชษฐ์เล่าว่า เพื่อขอความเป็นธรรมและขอเงินที่จ่ายไปแล้วกลับคืนมา รวมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรตรวจสอบพฤติการณ์การกระทำของบุคคลดังกล่าวว่าเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่ หลังจากถูกสองผัวเมียคู่หนึ่งซึ่งมีอาชีพเป็นนายหน้าค้าที่ดินในพื้นที่จังหวัดยโสธรได้มีการประกาศขายที่ดินราคาถูกทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งที่ดินผืนดังกล่าวอยู่บริเวณด้านหลังห้างแม็คโคร สาขายโสธร พื้นที่ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จนมีกลุ่มของผู้เสียหายสนใจต้องการซื้อที่ดินผืนดังกล่าว ผู้เสียหายแต่ละคนก็ต่างไม่รู้จักกันมาก่อนและต่างคนต่างติดต่อซื้อที่ดินกับสองผัวเมียรายนี้และมีการตกลงซื้อขายกันโดยมีการวางเงินมัดจำไปตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น
แต่ละคนจะวางเงินมัดจำไม่เท่ากันแล้วแต่จะตกลงกับสองผัวเมียนี้ได้ ซึ่งมีผู้เสียหายบางคนที่จ่ายเงินซื้อขายที่ดินไปจนครบแล้วทั้งค่าถมที่เพิ่มเติมและค่าโอน รวมเป็นเงินกว่า 5 แสนบาท แต่ก็ไม่สามารถที่จะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่อย่างใด โดยที่สองผัวเมียรายนี้นัดบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ นอกจากนี้แล้วสองผัวเมียรายนี้ยังมีการนำที่ดินผืนดังกล่าวไปประกาศขายซ้ำอีก วนไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุดและมีผู้หลงเชื่อเข้าไปติดต่อซื้อขายและโอนเงินมัดจำไปจำนวนหลายคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน แต่พอผู้เสียหายทวงถามขอเงินมัดจำคืนก็ไม่ยอมคืนและยังมีการข่มขู่ผู้เสียหายกลับมาอีกจนผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อน รวมเงินมัดจำและเงินซื้อขายที่ดินไปแล้วกว่า 3 ล้านบาท ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงขอส่งเอกสารให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และขอเงินมัดจำคืนด้วย ซึ่งหลังจากนี้ก็จะได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร เพื่อให้ดำเนินคดีกับสองผัวเมียรายนี้ต่อไป
นายณรงค์ ทนายความ เล่าว่า พฤติกรรมของสองผัวเมียรายนี้เป็นนายหน้าค้าที่ดินแล้วมีการประกาศขายที่ดินราคาถูกทางเฟชบุ๊กส่วนตัวและที่ดินผืนดังกล่าวยังอยู่ในพื้นที่ทำเลทองจึงทำให้มีคนสนใจเป็นจำนวนมากจึงต่างมีคนเข้าไปติดต่อซื้อที่ดิน แต่ละคนเมื่อตกลงราคากันแล้วก็จะมีการโอนเงินมัดจำไป แต่ไม่สามารถซื้อขายได้จริง จากนั้นสองผัวเมียก็จะนำที่ดินผืนดังกล่าวไปประกาศขายทางเฟซบุ๊กอีกรอบโดยมีการเปลี่ยนเฟซบุ๊กใหม่ไปเรื่อยจนมีคนหลงเชื่อและโอนเงินมัดจำไปอีกหลายสิบคน รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ดังนั้นทางกลุ่มผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันเข้ามายื่นร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธร เพื่อขอเงินมัดจำคืนและขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของสองผัวเมียคู่นี้ว่าเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่ เพราะกระทำกับกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและยังมีการข่มขู่กลุ่มผู้เสียหายอีก ที่สำคัญไม่อยากให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อกับสองผัวเมียรายนี้อีก
นายองอาจ สีทาแก ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธร รับปากกับกลุ่มผู้เสียหายว่าหลังจากที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแล้ว จะรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรรับทราบถึงความเดือดร้อนของกลุ่มผู้เสียหายและจะได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้รายงานผลการตรวจสอบให้ทราบต่อไป


