นายกฯขอนแก่น มั่นใจเก็บภาษีที่ดิน’67 เข้าเป้า หลัง มท.เคาะอัตราเดิมเต็ม 100% เตรียมใช้ รร.พูลแมนสถานที่จัดเก็บ
จากกรณีที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2567 ว่าจะใช้อัตราที่จัดเก็บปัจจุบัน ได้แก่ ที่ดินเกษตรกรรมจัดเก็บ 0.01-0.1% ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยจัดเก็บ 0.02-0.1% ที่ดินอื่นๆ เช่น การพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม จัดเก็บ 0.3-0.7% และ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จัดเก็บ 0.3-0.7% และเก็บ 100% ไม่มีลดหย่อนให้ เหมือนปี 2566 ที่ลดให้ 15% เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐที่ต้องจัดสรรงบมาชดเชยให้กับหน่วยงานท้องถิ่น แต่ได้มีการขยายเวลาการชำระให้อีก 2 เดือน จากเดิมที่ผู้เสียภาษีจะต้องเสียภาษีภายในเดือนเมษายน 2567 เป็นภายในเดือนมิถุนายน 2567 นั้น
เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีการกลับมาเก็บภาษีในรูปแบบปกติ โดยระบุว่า ในปี 2566 การจัดเก็บภาษีไม่สามารถจัดเก็บได้ตามอัตราปกติ เนื่องจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้มีการสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ลดการจัดเก็บภาษี โดยให้สัดส่วนลดลงไป 15% ทำให้การจัดเก็บภาษีทำได้เต็มที่เพียง 85% จากที่ได้ประมาณการเอาไว้ ซึ่งในปี 2566 เทศบาลฯ ได้ตั้งประมาณการรับไว้ที่ 177 ล้านบาท แต่จัดเก็บได้จริงประมาณ 151 ล้านบาท สูงกว่าปี 2565 ประมาณ 3 ล้านบาทเศษ ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ที่ว่านี้ คิดว่าเป็นผลกระทบที่น้อยลงกว่า 2-3 ปีก่อนนั้น ที่ให้จัดเก็บเพียง 10% ทำให้รายได้ของเทศบาลหายไปปีละกว่า 100 ล้านบาท
และในปี 2567 นี้ เมื่อคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามระบบปกติ ก็จะทำให้ขีดความสามารถในการจัดเก็บรายได้ดีขึ้น โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และสำหรับการคาดการณ์ในปี 2567 เทศบาลนครขอนแก่น ตั้งประมาณการไว้ที่ 185 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งเดิมเรามีการจัดเก็บภาษีกันตามระบบปกติอยู่แล้ว เพียงแค่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 จึงกำหนดให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีน้อยลง ทำให้ส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนาน ทำให้การพัฒนาเมืองต้องล่าช้าออกไป เทศบาลฯ ไม่สามารถแก้ปัญหาในภาพรวมได้ในหลายๆ เรื่องที่ต้องใช้งบประมาณขนาดใหญ่ เทศบาลฯ เองในปีที่จัดเก็บได้เพียง 10% แล้วหายไป 90% ซึ่งงบประมาณที่หายไปตกปีละกว่า 100 ล้านบาท เหลืองบประมาณที่ใช้ในการบริหารเพียง 20 ล้านบาท ทำให้เกิดเป็นปัญหาสะสมมาหลายๆ เรื่อง แต่เมื่อปีนี้มีคำสั่งให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามปกติ ก็จะทำให้ขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก็จะกลับมาดีขึ้น
นายธีระศักดิ์กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นข้อจำกัดที่ทำให้การจัดเก็บภาษีของเทศบาล ไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ คือ ความเข้าใจของประชาชนในการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ ที่แม้ว่าระยะเวลาที่แม้ว่าจะผ่านมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีประชาชนที่ไม่เข้าใจอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีที่ดินที่เป็นที่ดินว่างเปล่าจำนวนมาก อีกทั้งแนวทางในการปฏิบัติก็ยังไม่ชัดเจน เช่น เรื่องการเกษตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคลัง ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือในการอธิบายแนวทาง ซึ่งเหล่านี้ยังเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เทศบาลก็มีการปรับปรุงวิธีการ แนวทาง สถานที่ ให้ประชาชนได้เข้าถึง เกิดความสะดวกในการเข้ามาใช้บริการ เช่น ในการเก็บภาษีแบบเดิมที่เรียกว่า ภาษีโรงเรือน ในเทศบาลมีผู้เข้าข่ายการชำระเก็บภาษีประมาณ 7,000 รายเท่านั้น แต่เมื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน ที่อยู่อาศัยก็เข้าข่ายด้วย ทำให้มีผู้เข้าข่ายการชำระภาษีในปีนี้ ประมาณ 26,000 ราย
ดังนั้นหากจะใช้สถานที่เดิมที่สำนักงานเทศบาลในการจัดเก็บภาษีก็จะเกิดความไม่สะดวกต่อประชาชน เพราะสถานที่คับแคบ จึงมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ในการให้บริการประชาชนในการเดินทางมาชำระภาษี โดยใช้สถานที่โรงแรมพูลแมน ชั้น G ที่อยู่ด้านหลังเทศบาล เป็นสถานที่ชำระภาษีชั่วคราว โดยจะย้ายจุดบริการไปในวันที่ 1 มี.ค.นี้ และประชาชนสามารถติดต่อชำระภาษีได้ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังปรับปรุงประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งรูปแบบเดิมทุกปีจะมีการทำหนังสือแจ้งการประเมินภาษีให้ประชาชนที่เข้าข่ายได้รับทราบว่า แต่ละคนมีทรัพย์สินใดที่เข้าข่ายการต้องชำระภาษี แต่ในปีนี้เทศบาลฯ จะมีการเพิ่มรายละเอียดในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยที่ให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามอัตราปกติแล้ว และระยะเวลาในการชำระภาษีที่ขยายออกไปจากเดิม คือ เมษายน 2567 กำหนดระยะเวลาใหม่เป็น มิถุนายน 2567 ส่วนระยะเวลาในการผ่อนชำระภาษี จากเดิม คือ เมษายน-มิถุนายน 2567 กำหนดระยะเวลาใหม่เป็น มิถุนายน-สิงหาคม 2567 ซึ่งเทศบาลได้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของทรัพย์สินที่เข้าข่ายชำระภาษี ทุกแพลตฟอร์มของเทศบาล เช่น Facebook เทศบาลนครขอนแก่น Facebook สำนักคลัง Line OA ของฝ่ายพัฒนารายได้ การเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เทศบาลนครขอนแก่น ปี 2565 พบว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จัดเก็บภาษีได้มากที่สุด คือ กลุ่มการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ประเภทอื่นๆ และใช้ประโยชน์หลายประเภท เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานีบริการน้ำมัน และสถานประกอบการต่างๆ ส่วนที่จัดเก็บภาษีได้น้อย คือ การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินประเภทที่อยู่อาศัย เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สิทธิยกเว้นค่าภาษีตามกฎหมาย กรณี บ้านหลักหลัก ขณะที่ผลการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างย้อนหลัง 4 ปี พบว่า ปีภาษี 2563 ค่าภาษี 100% อยู่ที่ 117,746,669.10 บาท จัดเก็บได้จริง 11,774,666.91 บาท ลด 90% ตามพระราชกฤษฎีกา ปีภาษี 2564 ค่าภาษี 100% อยู่ที่ 153,085,664.20 บาท จัดเก็บได้จริง 15,308,566.42 บาท ลด 90% ตามพระราชกฤษฎีกา ปีภาษี 2565 ค่าภาษี 100% อยู่ที่ 148,075,948.05 บาท จัดเก็บได้จริง 100% ปีภาษี 2566 ค่าภาษี 100% อยู่ที่ 177,651,069.53 บาท จัดเก็บได้จริง 151,003,409.10 บาท ลด 15% ตามพระราชกฤษฎีกาและ ปีภาษี 2567 ค่าภาษี 100% อยู่ที่ 185,000,000.00 บาท อยู่ระหว่างการประกาศแบบบัญชี รายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือ บัญชี ภ.ด.ส.3

