อพท. เร่งศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลัง ครม. อนุมัติหลักการสร้างกระเช้าภูกระดึง เผย เส้นทางที่ใกล้สุดเพียง 4.4 กม.
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย น.อ.อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวในระหว่างนำเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ทำการศึกษาอุทยานแห่งชาติภูกระดึงว่า หลังจากจบการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จ.หนองบัวลำภู ในส่วนของประเด็นการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงจากที่ทางจังหวัดเลย เสนอเข้าในการประชุม ครม. ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้รับอนุมัติในหลักการทั้งหมดของโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง และยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษา โดยให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.ศึกษาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความเหมาะสมสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง
น.อ.อธิคุณกล่าวว่า เทคนิคในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน การใช้เทคโนโลยีที่ทำการก่อสร้างที่จะให้มีผลกระทบกับธรรมชาติที่น้อยที่สุด และสิ่งที่จะถูกกระทบบ้างก็จะเป็นเฉพาะตรงฐานที่จะเป็นเสา การตั้งเสาก็จะใช้ทางอากาศ ส่วนการขนย้ายจะใช้เครื่องบิน และด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ในส่วนการศึกษาที่ผ่านมา เรายังไม่เคยเสนอแบบการก่อสร้างการยื่น EIA กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการยื่น EIA ที่สมบูรณ์ต้องประกอบไปด้วยแบบสิ่งก่อสร้าง ลงไปถึงรายละเอียดข้อปลีกย่อย รูปแบบก่อสร้างเป็นแบบไหน ใช้วัตถุอะไร วิธีการเป็นอย่างไร เหล็กขนาดเท่าไร อะไรพวกนี้คือสิ่งที่เราขาดจากการศึกษาครั้งก่อน

น.อ.อธิคุณกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการของบการออกแบบใช้งบกลางจำนวน 28 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ของจังหวัดเลย ได้ยื่นเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร ที่หนองบัวลำภู ว่าจังหวัดเลยอยากจะใช้งบกลาง ในการที่นำไปออกแบบก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อจะยื่น EIA ในอนาคตต่อไป
“ในส่วนของทางขึ้นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ขณะนี้ที่เราเลือกแล้วมีทั้งหมด 5 เส้นทาง โดยพิจารณาในเรื่องของงบประมาณในการก่อสร้าง ระยะทาง ความยากง่ายของการก่อสร้าง และที่สำคัญที่สุดคือในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และมีผลกระทบกับธรรมชาติเสียหายน้อยที่สุด จะเป็นจุดหลักสำคัญที่จะต้องพิจารณา แต่ที่สนใจมีเส้นทางน่าจะเป็นไปได้ ระยะทางขึ้นเพียง 4.4 กิโลเมตร และหากมีการก่อสร้างจะตั้งเสาเพียง 7-8 ต้นเท่านั้น” น.อ.อธิคุณกล่าว



