ศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหารัสเซีย 5 คน อุ้มสามีภรรยาเพื่อนร่วมชาติ รีดเงินดิจิทัล 900,000 USDC
เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีจับกุมกลุ่มคนร้ายชาวรัสเซียจำนวน 5 คน ก่อเหตุอุ้มนักท่องเที่ยวเพื่อนร่วมชาติเป็นชายและหญิง รวม 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ขึ้นรถตู้และบังคับข่มขู่ให้โอนเงินใน Crypto currency จำนวน 900,000 USDC หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 ล้านบาท เมื่อคืนวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา โดยพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ได้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ ผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติม
ล่าสุดศาลจังหวัดภูเก็ตอนุมัติออกหมายจับ จำนวน 5 คน สัญชาติรัสเซีย ประกอบด้วย นาย ZALIM NALCHIKOV ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 50/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567, นาย AZAMAT NAGOFV ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 51/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567, นาย OLEG BOGDANOV ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 52/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567, นาย ISLAM ABDOKOV ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 53/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 และนาย ASLAN ABAZOV ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 54/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567
ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี ร.ต.ท.กรกฤช ขันธ์เครือ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต, พ.ต.ท.ทัพไทย ลีลานนท์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 ตำรวจท่องเที่ยว (ภูเก็ต, พังงา), เจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.ภ.8 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซียครบ 5 คนแล้ว โดยผู้ต้องหา 2 คนแรกควบคุมตัวที่ห้องพักและอีก 2 คนถูกควบคุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ขณะกำลังเตรียมตัวเดินทางออกนอกประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง อำเภอกะทู้ ควบคุมตัวนาย ASLAN ผู้ต้องสงสัยรายที่ 5 ในเชิงสอบสวน ถูกระบุว่าเป็นผู้บงการในการก่อเหตุทั้งหมดขณะนอนนวดอยู่ที่ร้าน

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดฐาน “ปล้นทรัพย์ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำ” ในเบื้องต้นทั้ง 5 คนยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ยินยอมลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุมจึงได้นำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เวลา 12.39 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต นำตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมรายแรกเข้าไปในห้องประชุม ศปภ.ชั้น 2 เพื่อให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้สอบปากคำและบันทึกคลิปวิดีโอ โดยมีอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวชาวรัสเซียเป็นล่าม
ขณะเดียวกันผู้ต้องสงสัยได้ร้องขอให้ทนายความและล่ามชาวต่างประเทศ รวม 2 คน มาร่วมรับฟังการสอบสวนในครั้งนี้ด้วย โดยพนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องสงสัยที่เหลืออีก 4 คน มาสอบปากคำให้ครบถ้วนต่อไป
อย่างไรก็ดี การสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต แจ้งกำชับและสั่งให้ผู้สื่อข่าวออกจากบริเวณห้องกระจก หน้าห้องทำงาน และไม่ให้ร่วมสังเกตการณ์ ทำข่าว ถ่ายภาพนิ่ง รวมทั้งวิดีโอในคดีที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าหากผู้สื่อข่าวมารอกันเต็มจะเป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่

ขณะที่สามีภรรยา ในฐานะผู้เสียหาย ให้ปากคำเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายออกมาจากร้านเกมในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อกลับที่พักในพื้นที่ ต.ตลาดใหญ่ ตัวเมืองภูเก็ต ขณะเข้าซอยที่พักปรากฏว่ามีคนร้าย 3 คน ที่อยู่ในรถตู้ยี่ห้อฮุนไดขับปาดหน้าลงมาจากรถและบังคับผู้เสียหายขึ้นรถตู้
โดยคนร้ายใช้ถุงดำคลุมศีรษะ ทำร้ายด้วยการชกต่อยผู้เสียหายชายเพื่อบังคับให้โอนเงินที่ต้องการจำนวน 900,000 USDC และกลุ่มคนร้ายปล่อยผู้เสียหายทั้งสองคนลงจากรถ หรือทิ้งไว้ห่างจากจุดอุ้มครั้งแรก ประมาณ 1 กิโลเมตร จนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน และยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
หลังเกิดเหตุ กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำภูเก็ต พร้อมคณะ ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าพบผู้เสียหาย
ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ตเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ร่องรอยลายนิ้วมือแฝงต่างๆ ที่รถตู้ยี่ห้อฮุนได สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ที่ใช้ก่อเหตุอุ้ม แต่ไม่พบหลักฐานใดๆ รวมทั้งเก็บหลักฐานที่รถฟอร์จูนเนอร์ ป้ายแดง ที่ผู้ก่อเหตุเช่ามา 3 วัน และส่งคืนให้กับเจ้าของรถแล้ว ตรวจสอบบริเวณท้ายรถพบสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ สภาพใหม่ทั้งหมด คือกะละมังสีแดง ภายในมีมีดทำครัว มีดพับ เทปกาว 2 ม้วน เชือกฟาง 1 ม้วน ปืนจุดเตาแก๊ส และกรรไกร

