โจรย่องขึ้นศาลาวัดกลางดึก ยกตู้บริจาคขึ้นรถ ก่อนงัดเอาเงินทิ้งตู้กลางถนน คาดมีเงินกว่าหมื่นบาท
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบมีตู้รับบริจาคของวัดสถาพรพัฒนาราม หรือวัดบนเขา ต.หนองชิ่ม อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ถูกนำมาทิ้งริมถนน ห่างจากวัดประมาณ 10 กิโลเมตร คาดว่าจะถูกคนร้ายลักขโมยมาจากวัดเพื่อเอาเงินในตู้
ต่อมาผู้สื่อข่าว จึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงได้พบกับพระเสมียน พระลูกวัด สถาพรพัฒนาให้ข้อมูล พร้อมภาพถ่าย บริเวณที่คนร้าย นำตู้บริจาคไปโยนทิ้ง ริมถนนบูรพาชลทิศ สายแหลมสิงห์ – พลิ้ว ต.หนองชิ่ม อ.แหลมสิงห์
เบื้องต้น พระเสมียน เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลา 01.30 น. คืนวันที่ 1 ก.พ.67 ที่ผ่านมา หลังสวดมนต์นั่งสมาธิ ทำวัตรเสร็จ ได้ขึ้นมาบนศาลาวัดเพื่อชงกาแฟฉัน ระหว่างนั้นได้ยินเสียง คล้ายคนเปิดประตู จึงถือไฟฉาย เดินออกมาดู
ก็พบคนร้ายรูปร่างเล็กกำลังอุ้มตู้รับบริจาคเดินลงบันไดไปพอดี จากนั้นคนร้ายได้รีบเดินไปขึ้นรถ ตนจึงรีบเรียกพระลูกวัดอีกรูป ซึ่งจำวัดอยู่ภายในห้อง ใกล้กับที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีใครตื่น จึงเดินตามแอบเดินไปดู โดยตนอยู่ชั้นบนซึ่งเป็นที่มืดมีเพียงบริเวณที่คนร้ายจอดรถ ที่มีไฟสลัวๆ เปิดอยู่ คนร้ายจึงมองไม่เห็น
จากการสังเกตพบว่า คนร้าย อุ้มตู้รับบริจาคนำไปใส่ไว้ในรถยนต์เก๋งลักษณะท้ายตัดไม่ทราบสี ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อจำนวน 1 ตู้ แล้วเดินกลับมาตรงบันไดใต้ศาลา ยกตู้บริจาคที่แอบเอามาวางไว้ นำไปขึ้นรถอีก 1 ตู้ จากนั้นจึงขับรถออกจากวัดไป
พระเสมียน ยังกล่าวอีกว่า หลวงตา มีอายุมากถึง 74 ปี แล้ว เดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าช่วย จึงไม้กล้าฉายไฟ กลัวว่าคนร้ายที่ก่อเหตุอาจจะมีอาวุธ อาจจะถูกทำร้ายได้ ซึ่งชีวิตมีความสำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทอง เงินใช้ได้ไม่กี่วัน แต่ความชั่วจะติดตัว ไปจนตาย
ขณะที่ พระอุดมพร กิระสิโท พระลูกวัดอีกรูปบอกว่า จากการตรวจสอบพบตู้รับบริจาคหายไป 2 ตู้ โดยตู้แรกถูกงัดแล้วนำไปทิ้งไว้ในอ่าง ภายในห้องน้ำใต้ถุนศาลา ส่วนอีก 1 ลูก ถูกนำไปทิ้งไว้ริมถนน ซึ่งเป็นตู้ขนาดใหญ่ อยู่ระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แหลมสิงห์ นำไปตรวจสอบ
ส่วนเงินภายในตู้ เจ้าอาวาสจะให้พระลูกวัดเปิดนำไปเก็บทุกวันพระ โดยเกือบทุกครั้ง จะมีเงินอยู่ภายใน 5,000-10,000 บาท ส่วนครั้งนี้ครบกำหนด 2 วันพระแล้วยังไม่ได้เปิด น่าจะมีเงินมากกว่า 10,000 บาท ที่หายไป
ขณะที่จากการตรวจสอบพบกล้องวงจรปิด ภายในวัดไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากกล้องและเซิร์ฟเวอร์เสียหาย จากการถูกฟ้าฝ่า อย่างไรก็ตามทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.แหลมสิงห์ ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบ กล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี ตลอดจนร่องรอยลายนิ้วมือแฝง บนตู้บริจาค เพื่อใช้ในการหาเบาะแส ติดตามตัวโจรใจบาปรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

