โคราชผวาแล้งมาเร็ว ‘น้ำมูล-เขื่อนพิมาย-สนามแข่งเรือยาว’ น้ำลดฮวบเห็นสันดอนดินทรายโผล่ ปชช.หวั่นขาดน้ำ ชลประทานเข้มบริการจัดการ สำรองน้ำกักเก็บให้เพียงพอกินใช้จนกว่าจะถึงฤดูฝน
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำภายในเขื่อนพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จากภาพมุมสูงจะเห็นว่าปริมาณน้ำแห้งลงอย่างรวดเร็ว โดยมีปริมาณน้ำเก็บกักในเขื่อนเพียง 1,661,000 ลูกบาศก์เมตร จากความจุทั้งหมด 4 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 46.16% เท่านั้น
เจ้าหน้าที่จัดสรรน้ำโครงการศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ จึงปิดบานระบายน้ำของเขื่อนทั้งหมด เพื่อเก็บกักน้ำไว้ให้ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลพิมายและองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง ได้ใช้อุปโภค-บริโภคในช่วงหน้าแล้ง ทำให้บริเวณหน้าประตูเขื่อนที่ปล่อยน้ำลงสู่ลำน้ำมูลระดับน้ำเหลือน้อย บางจุดแห้งขอด เห็นสันดอนดินทรายโผล่ขึ้นเป็นบริเวณกว้าง
ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปริมาณน้ำภายในเขื่อนพิมายจะมีระดับน้ำเต็มความจุ แต่ช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ และสภาพอากาศร้อนแล้ง ทำให้มีน้ำเก็บกักน้อย และปัจจุบันน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ปีนี้จึงเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงที่บริเวณสนามแข่งเรือยาวประเพณี ลำน้ำจักราช ต.ในเมือง อ.พิมาย พบว่าระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน จนเริ่มเห็นสันดอนดินทรายโผล่ขึ้นมากลางลำน้ำ ทางอำเภอพิมายจึงขอความร่วมมือเกษตรกรในพื้นที่งดปลูกข้าวนาปรัง และขอให้ประชาชนได้ใช้น้ำอย่างประหยัด ป้องกันการขาดแคลนน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งปีนี้
ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา อ่างเก็บน้ำทั้ง 27 แห่ง ระดับน้ำเก็บกักลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีปริมาตรน้ำเก็บกักล่าสุด เหลืออยู่ที่ 161.07 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51.22% และเป็นน้ำใช้การได้ 138.35 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 47.42% เท่านั้น ในขณะที่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง เหลือน้ำ 101.43 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 65.44% เป็นน้ำใช้การได้ 100.71 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 65.28%, อ่างเก็บน้ำมูลบน เหลือน้ำ 79.37 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56.29% เป็นน้ำใช้การได้ 72.37 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 54.01% และอ่างเก็บน้ำลำแชะ เหลือน้ำ 140.90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 51.24% และเป็นน้ำใช้การได้ 133.90 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 49.96%
ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกัก รวมเหลือ 187.08 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56.48% และเป็นน้ำใช้การได้ 162.04 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52.92% ทำให้น้ำเก็บกักคงเหลือในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมเฉลี่ยคงเหลือที่ 669.87 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 55.06% และเป็นน้ำใช้การได้เพียง 607.39 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 52.62% เท่านั้น ยังเหลืออีกหลายเดือนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้ ทางชลประทานจังหวัด จึงต้องจับตาปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อบริการจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ไม่ให้กระทบน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชนซึ่งจะต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับแรก



