หน้าแรก ภูมิภาค คึกคัก! ผู้ค้...

คึกคัก! ผู้ค้ารายเดิมแห่จองล็อกขายสินค้า งานนมัสการพระธาตุพนม วันแรกทะลุพันราย

4.02.24 | 22:47 น.

คึกคัก! ผู้ค้ารายเดิมแห่จองล็อกขายสินค้า งานนมัสการพระธาตุพนม วันแรกทะลุพันราย ท่ามกลางปัญหาป.ป.ช.สอบไวยาวัจกรยักยอกเงินวัด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ นายอำเภอธาตุ ประธานคณะกรรมการให้เช่า ร้านค้า และล็อกขายสินค้าในงานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2567 ได้เปิดให้ผู้ค้ารายเดิมลงทะเบียนจองล็อกขายสินค้าในงานมหัสการพระธาตุพนม ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ท่ามกลางข่าวฉาวกรณีปัญหา เคยมีนายทุนมาฉวยโอกาสเช่าพื้นที่วัด รวมถึงพื้นที่สาธารณประโยชน์ทางหลวง ไปเช่าช่วงโก่งราคาประมาณ 2-3 เท่า ส่งผลให้ค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น จากราคาประมาณห้องละ 5,000 บาท เพิ่มเป็น 10,000-20,000 บาท มีเงินหมุนเวียนเข้ากระเป๋านายทุนปีละหลายล้านบาท ทำให้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการยักยอกเงินของวัดพระธาตุพนมไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) นำมาสู่ป.ป.ช.ตรวจสอบ 4 ไวยาวัจกรและวัดสั่งให้ไวยาวัจกรทั้ง 4 หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนเพื่อความโปร่งใส

สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ผู้ค้ารายเดิมลงทะเบียนจองล็อกขายสินค้านั้น ปรากฏว่ามีผู้ค้ารายเดิมทยอยมาลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 09.00 น.จนถึงเวลา 14.00 น มีผู้มาลงทะเบียนแล้วเกือบ 1,000 ราย ซึ่งในการลงทะเบียนวันแรกมีปัญหาอุปสรรคบ้างเล็กน้อย เนื่องจากคณะกรรมการยังเตรียมหมายเลขของล็อกไม่เสร็จ ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเมื่อทำสัญญาแล้วจะได้ขายสินค้าล็อกไหน ผู้ค้าที่มีเอกสารเก่าก็ทำสัญญาได้เลยโดยให้ยึดเลขล็อกเดิมไว้ก่อน ส่วนผู้ค้ารายเดิมที่ไม่มีเอกสารให้ ก็ลงทะเบียนไว้ก่อน และให้ถือว่าเป็นผู้ค้ารายใหม่ให้ไปจับสลากในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 67

Advertisement

นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ นายอำเภอธาตุพนม ในฐานะประธานกรรมการวัดพระธาตุพนมได้กล่าวย้ำกับผู้ที่ไปลงทะเบียนโดยเฉพาะผู้ค้ารายเดิมที่ทำสัญญาแล้ว จะต้องเป็นผู้ขายเอง ห้ามนำล็อกของตัวเองไปขายช่วงต่อโดยเด็ดขาด พ่อแม่ที่ค้าขายมานาน พอมาปีนี้ขายไม่ไหว จะมอบสิทธิให้ลูกหลานไม่ได้ เพราะไม่ใช่มรดก ต้องให้ไปลงทะเบียนเป็นผูัค้ารายใหม่และในแต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทุกวันตรวจล็อกร้านค้าว่าผู้ได้สิทธิมาขายเองหรือไม่ เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าราคาแพงให้กับผู้บริโภคในงานนมัสการพระธาตุพนม โดยในวันแรกมีผู้ค้ารายเดิมไปลงทะเบียนและทำสัญญาตลอดวันรวมถึงผู้ค้ารายใหม่ที่ลงทะเบียนเกือบ 1,000 คน

นายจักรพงษ์ ยังฝากถึงผู้ค้ารายเดิมที่ประสงค์จะจำหน่ายสินค้ารีบตัดสินใจไปลงทะเบียนภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-16.00 น. ถ้าพ้นกำหนดจะเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายใหม่ไปลงทะเบียนเช่าแทนผู้ค้ารายเดิมทันที

ขณะเดียวกันเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้เดินทางมายังกุฏิเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อร่วมประชุมปรึกษาหารือถึงความคืบหน้าของการจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าในช่วงเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุพนมโดยได้ย้ำถึงปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ค้า ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างเปิดเผยและโปร่งใสให้มากที่สุด และปฎิเสธที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีกรรมการและไวยาวัจกรวัดบางคนได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับตนหลังจากที่ทางวัดให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับเรื่องเงินของวัด โดยกล่าวแต่เพียงว่า ขอให้รอผลการสอบสวนจากป.ป.ช.ก่อน

โดยนายวันชัย กล่าวเน้นย้ำว่าในการลงทะเบียนของผู้ค้ารายเดิม ที่ยืนยันว่าจะมาขายสินค้า เมื่อตรวจสอบว่าล็อกยังพอมีว่างอยู่ก็จะให้โอกาสรายเดิมก่อน หากเหลือถึงจะเปิดให้รายใหม่ ซึ่งจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าให้ทุกคนช่วยดูแลในการจัดระเบียบด้วยความเป็นธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ได้สิทธิไปแล้วถ้าเอาไปเซ้งต่อให้คนอื่น ห้ามเด็ดขาดโดยจะมีมาตรการอย่างเข้มข้น ถ้าหากตรวจสอบในภายหลังว่านำไปเซ้งหรือขายช่วงต่อ ก็จะให้หยุดขายทันที และตัดสิทธิในปีต่อ ๆ ไปอีกด้วย ซึ่งในการลงทะเบียนวันแรกก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะ อย่างเช่นในเรื่องของพ่อแม่เคยทำมาค้าขาย แต่วันนี้พ่อแม่อายุมากขึ้นอาจจะไม่สะดวกในการมาค้าขายก็จะมาขอสิทธิให้กับลูกจะได้ไหม บางรายให้ตัวแทนมาขอ โดยตัวเองว่าจะเซ้งต่อนี่คือปัญหาในการเซ้งพื้นที่ ที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีการนำไปเซ้งหรือขายช่วงต่อเป็นมือที่ 2 หรือมือที่ 3 ทำให้ราคาสูงขึ้นผิดปกติ ก็ขอบอกกับพี่น้องประชาชนว่าวันนี้เป็นวันแรกของการลงทะเบียนท่านใดมีความประสงค์ก็ขอให้ติดต่อที่วัดได้เลยโดยกรรมการวัดที่มีหน้าที่ จะให้ความสะดวกและความเป็นธรรมกับทุกๆ คน

ส่วนบรรยากาศที่วัดพระธาตุพนม มีพุทธศาสนิกชนทยอยเดินทางมานมัสการองค์พระธาตุพนมอย่างไม่ขาดสาย และร่วมบริจาคเงินทำบุญให้วัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งในวันนี้ก่อนที่ธนาคารจะปิดทำการ คณะกรรมการวัดได้นำเงินที่ได้รับบริจาคตามตู้รับบริจาคทั้งหมดมานับเพื่อจะนำไปฝากธนาคาร โดยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 มียอดเงินบริจาคเข้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเป็นจำนวนเงิน 311,710 บาท ซึ่งทางคณะกรรมการวัดจะได้รายงานให้เจ้าอาวาสรับทราบและนำเงินดังกล่าวฝากเข้าบัญชีธนาคารของวัดต่อไป