สงขลา เร่งแก้ปัญหาสุนัขจรจัดที่มีอยู่ 3 พันตัว เน้นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เน้นการควบคุมจำนวนประชาชน เตรียมสร้างศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ครบวงจร แห่งแรกของจังหวัด คาด 2 ปี เห็นผลชัดเจน
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.สงขลา ถึงสถานการณ์สุนัขจรจัดที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชายหาด หาดสมิหลาต่อเนื่องจนถึงหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งสร้างความกังวลต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ล่าสุดเทศบาลนครสงขลาได้ชี้แจงถึงแนวทางการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดเกลื่อนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวทาง CNVR คือแนวการจัดการประชากรสุนัขและแมวจรจัดอย่างมีมนุษยธรรมปลอดภัยและได้ผลดีอีกทั้งยังเป็นการปกป้องคนในชุมชน ได้แก่ จับ ( Cath) ทำหมัน( Neuter sterilisation) ฉีดวัคซีน (Vaccinate ) และปล่อยกลับที่เดิม (Return)

นายดนุพล สุนทรัตน์ รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า ในพื้นที่รอบเขตเทศบาลนครสงขลามีสุนัขจรจัดอยู่ประมาณ 3,000 ตัว เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเรื้อรังมานาน การแก้ปัญหาภายใต้หลักสากล ด้วยการควบคุมประชากร ให้วัคซีน และการปล่อยคืนถิ่น เป็นแนวทางที่เห็นผล เพียงแต่ต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี จำนวนสุนัขจรจัดจะลดน้อยลง โดยในปีนี้ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1 ล้านบาท เปิดศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์และศูนย์พักพิงสัตว์ บนเนื้อที่ 3 ไร่ บริเวณแหลมสนอ่อน เป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์แห่งแรกของจ.สงขลา ภายในเป็นคลินิคสัตว์ ใช้สำหรับการทำหมันสุนัขและแมว ซึ่งจะมีสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำการ ส่วนพื้นที่โดยรอบก็จะมีอาคารสำหรับพักฟื้นและที่อาศัย สำหรับสุนัขจรจัด ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2567 นี้ ในระยะแรกจะคัดกรองสุนัขจรจัดที่ดุร้าย สร้างปัญหา มาพักอาศัย 100 ตัว และเพิ่มอีก 100 ตัว ในปี 2568

นายดนุพล กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าหากจะนำสุนัขจรจัดมาอยู่รวมกันคราวเดียว 3,000 ตัวนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะต้องมีงบประมาณเรื่องอาหาร รวมถึงปัญหาการรบกวนชุมชนตามมา การแก้ปัญหาด้วยการควบคุมประชากร นำสุนัขที่ดุร้ายมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงแนวทางในการแก้ปัญหาสุนัขจรจัด เมื่อพบเห็นสุนัขจรจัดก็ทำให้มีความมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า สุนัขไม่ดุร้ายและได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว ซึ่งจะทำให้คนและสุนัขอยู่ร่วมกันได้
น.ส.ปริยากร กาญจนะ อาสาสมัครดูแลสุนัขจรจัด เทศบาลนครสงขลา กล่าวว่า ตนทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครดูแลสุนัขจรจัดในพื้นที่ ร่วมกับเพื่อน ๆ อีกประมาณ 10 คน แบ่งพื้นที่กันดูแล ตามที่แต่ละคนเห็นสภาพปัญหา ทั้งชายทะเลและในเขตชุมชน ซึ่งมองว่าการนำอาหารให้สุนัขจรจัดนั้น เป็นการลดปัญหาการรื้อค้นหาอาหารและการทำร้ายซึ่งกันและกัน โดยปัญหาสุนัขจรจัดที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วนั้น เป็นเพราะผู้เลี้ยงไม่ได้ทำหมัน เมื่อสุนัขตั้งท้องก็นำมาปล่อยทิ้ง ดังนั้น การควบคุมประชากรสุนัขรวมถึงการให้วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดได้


