หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าอาวาส ยืน...

เจ้าอาวาส ยืนยัน ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ลั่น ‘จะทำไปได้อย่างไร เด็กตัวเล็กนิดเดียว’

5.02.24 | 20:03 น.

เจ้าอาวาส ยืนยัน ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ลั่น “จะทำไปได้อย่างไร เด็กตัวเล็กนิดเดียว”

จากกรณี กัน จอมพลัง พาผู้เสียหาย แม่ลูกจากอยุธยา ขอให้ช่วยลูก 7 ขวบ หลังถูกเจ้าอาวาสล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่ 5 ขวบ ในกุฏิของเจ้าอาวาส ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพาไปร้องทุกข์กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ สโมสรตำรวจ หลังแจ้งความ สภ.พระนครศรีอยุธยา ไว้กว่า 9 เดือนในคดีล่วงละเมิดแต่คดีไม่คืบ ไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ใด

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่ง ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตามที่มีการร้องเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พบกับ นายนิธิ (ขอสงวนนามสกุล) ไวยาวัจกรของวัด ได้ออกมาเปิดเผยว่า การจะเข้ามาสอบถามทางวัดต้องมีหลักฐานเข้ามาด้วย มีข่าวแบบนี้ออกไปจะทำให้พระอาจารย์เสียหาย ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของพนักงานสอบสวน ซึ่งอยู่ระหว่างรอสรุปสำนวนว่าสั่งฟ้องหรือไม่ วันนี้เกิดเหตุแบบนี้ก็รู้สึกเสียใจ เพราะรับใช้ทางวัดมากว่า 30 ปี และเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ที่นี่

ส่วนตัวชอบการทำงานของ กัน จอมพลัง แต่บางเรื่องต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน อ้างว่า ตรวจสอบได้แต่บางเรื่องต้องมีความชัดเจนก่อน ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจเพราะเมื่อวานนี้เพิ่งได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์ สัญญาบัตรชั้นยกพระครูชั้นเอก ยังคงมีความปลื้มปิติอยู่ แต่วันนี้มีข่าวที่รู้สึกว่าไม่สมควรเกิดขึ้น

Advertisement

ส่วนครอบครัวที่ได้มาทำงานในวัดและทางวัดได้เมตตา จะมีลูกหลานก็เอามาเลี้ยงและคลุกคลีอยู่ที่วัดให้ข้าวให้น้ำไปตามปกติ ส่วนเรื่องการเรียนการศึกษา ก็สนับสนุนหลายโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตนเอง มีหน้าที่เข้ามาดูแลวัดตามคำสั่งเจ้าอาวาส ที่ผ่านมาไม่ทราบว่ามีปัญหาขัดแย้งอะไรกัน ยืนยันว่าในวัดไม่มีเรื่องการเมือง ขณะนี้กำลังติดตามในส่วนของคดีกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นน้องที่สนิท ส่วนตัวมองว่าทางครอบครัวผู้เสียหายอาจจะไม่ชอบพระอาจารย์ด้วยเหตุผลเรื่องเงิน หรือไม่ได้รับการช่วยเหลือบางสิ่งบางอย่าง

ต่อมา เจ้าอาวาสได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ระบุว่า เด็กที่เกิดเหตุตัวเล็กนิดเดียว ที่ผ่านมามีเหตุมาฟ้องร้อง อาตมาก็ไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจว่าอะไร แต่รู้ว่ามีคดีความ มีการแจ้งความถึงตนเอง แต่เรื่องจบแล้วไม่มีอะไรแล้ว และไม่มีหลักฐานอะไรมาเอาผิดตน โดยเด็กผู้เสียหายมาอยู่กับยายแล้วเคยวิ่งเล่นอยู่ในวัด มีอะไรก็คอยเอาให้กิน คอยช่วยเหลือทั้งครอบครัว คอยให้เงินเด็กบ้าง ให้ขนมกินบ้าง ยอมรับว่าเด็กก็เคยวิ่งเข้าไปในกุฏิ แต่มีคนอื่นอยู่ด้วย

ยืนยันว่า ไม่เคยกระทำล่วงละเมิดหรืออนาจารต่อเด็ก “จะทำไปได้อย่างไร เด็กตัวเล็กนิดเดียว” ที่ผ่านมาไม่เคยเข้าไปขอโทษอะไรยายเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ปกติมีเด็กในวัดเยอะอยู่แล้วเพราะในวัดมีวงดนตรี ที่คอยส่งประกวดมาเกิดเรื่องราวแบบนี้รู้สึกเสียใจ ตนเองสามารถฟ้องกลับได้แต่ก็ไม่ทำเพราะเป็นพระ ไม่อยากทำอะไร หลังจากที่เคยมีเรื่องราวเกิดขึ้น ยายของเด็กได้ขอลาออก ตนก็ได้สอบถามว่าย้ายออกแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ยายอ้างว่ามาวัดแล้วไม่สบายใจ ตัวเองก็เคยได้สอบถามว่าเพราะสาเหตุอะไร

ในส่วนที่ยายอ้างว่าไปส่องประตูแล้วเห็นพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศหลาน ยืนยันว่า เด็กเข้ามาในกุฏิก็มาดูทีวีแล้วมาหยิบของในตู้เย็นไปกิน อาตมาก็ปล่อยตามสบาย ทางนี้ไม่ได้รู้สึกกังวลใจอะไร และพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ตามกระบวนการของกฎหมาย

ด้านเจ้าอาวาสได้เปิดเผยต่อว่า ที่ผ่านมาครอบครัวของผู้เสียหายได้เคยยืมเงินครั้งละ 4,000 หรือ 5,000 บาทบ้าง แต่ให้คืนตลอด บางเดือนที่ยังไม่มีคืนก็จะหักจากเงินเดือน ซึ่งยืมอยู่บ่อยครั้ง ในวัดจะเลี้ยงกันแบบครอบครัว มีอะไรให้บอกกันได้ ปกติให้ค่าแรงวันละ 200 บาท และถามว่าพอหรือไม่ ก่อนจะเพิ่มให้เป็น 250 บาทต่อวัน ส่วนที่พักอาศัยของยาย เมื่อก่อนก็ให้เช่าอยู่ในพื้นที่ของวัดโดยเก็บค่าใช้จ่ายเหมาเดือนละ 1,000 บาท เป็นค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น ส่วนตัวก็เกรงว่า จะไม่พอใจเรื่องการช่วยเหลือเรื่องเงินจึงมาเกิดเหตุพิพาทกันแบบนี้

หลังจากนั้น ไวยาวัจกรได้พาทีมข่าวสำรวจบ้านพักเก่าของผู้เสียหาย ก่อนจะพาเดินไปดูกุฏิของเจ้าอาวาส ลักษณะเป็นห้องกระจก ประตูสีดำ หากเปิดไฟด้านในจะสามารถมองเห็นภายในได้ ซึ่งขณะที่เข้าตรวจสอบได้ปิดล็อกกุญแจไว้อยู่ อ้างว่าไม่มีกุญแจ แต่เป็นห้องที่ยายของผู้เสียหายอ้างว่ามองส่องประตูเข้าไปเห็นเจ้าอาวาสกระทำอนาจารกับหลานสาว