หน้าแรก ภูมิภาค เร่งล่าคนร้าย...

เร่งล่าคนร้าย สาดน้ำกรดผู้ช่วยพยาบาล สามีทหารเผยภรรยาอาการดีขึ้น ชาวบ้านผวา วอน ตร.รีบจับตัว

9.02.24 | 19:21 น.

เร่งล่าคนร้าย สาดน้ำกรดผู้ช่วยพยาบาล สามีทหารเผยภรรยาอาการดีขึ้น ชาวบ้านผวา วอน ตร.รีบจับตัว

จากกรณี น.ส.วิภาวดี พาที หรือแป๋ว อายุ 43 ปี ชาวบ้านดงยาง ต.บ้านแดง อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ผู้ช่วยพยาบาลห้องกายภาพบำบัด รพ.พิบูลย์รักษ์ ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบสาดน้ำกรดขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน หลังออกเวรเวลา 20.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ทำให้รถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ได้รับบาดเจ็บจากน้ำกรดตามร่างกาย 30% เช่น ใบหน้า แขนขา และดวงตา 2 ข้าง ให้การได้และนอนรักษาอาการที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ขณะที่ตำรวจสืบสวน สภ.พิบูลย์รักษ์ ออกสืบสวนล่าตัวคนร้าย หลังจากสอบปากคำผู้บาดเจ็บ สามี และพลเมืองดีไปแล้ว โดยตำรวจมุ่งประเด็นประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากผู้บาดเจ็บไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร และเพิ่งคลอดลูกสาวได้ 3 เดือน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ พ.ต.อ.ชัยศักดิ์ บูรณะบัญญัติ ผกก.สภ.พิบูลย์รักษ์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี โดยกำลังประชุมทีมตำรวจชุดสืบสวน ในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจ พร้อมกับประสานตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ลงพื้นที่ช่วยไล่ล่าตัวคนร้าย แต่พบอุปสรรคคือกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายสะกดรอยตามผู้บาดเจ็บชำรุดและอยู่ไกลถนน ไม่สามารถระบุยานพาหนะคนร้ายได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ ร.ต.อ.พงษ์พิพัฒน์ ลิขิตโยธิน รอง สว.สอบสวน สภ.พิบูลย์รักษ์ เจ้าของคดีความ ได้เชิญตัว จ.ส.อ.พัทธกร พันสาย อายุ 43 ปี สามีผู้บาดเจ็บ มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังเดินทางไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และสอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่มีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุและเข้ามาช่วยเหลือได้ทัน และทั้งผู้บาดเจ็บ สามีผู้บาดเจ็บ และพลเมืองดี ให้การตรงกันว่าคนร้ายน่าจะประสงค์ต่อทรัพย์สินผู้บาดเจ็บอย่างแน่นอน

Advertisement

จ.ส.อ.พัทธกร พันสาย สามีผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ล่าสุดอาการของภรรยาดีขึ้นตามลำดับ หมอบอกว่าม่านดวงตาทั้ง 2 ข้างเปิดและขยาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ตาคงไม่บอดแล้ว แต่จะมองเห็นได้ชัดปกติหรือไม่นั้นคงต้องใช้เวลารักษาอาการสักระยะ ส่วนที่เห็นภรรยาในคลิปภาพล่าสุดที่ศีรษะและใบหน้าของภรรยาถูกพันผ้าเอาไว้นั้น เป็นการป้องกันการติดเชื้อที่ดวงตา และที่แผลไหม้พุพองตามร่างกายประมาณ 30% ส่วนสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุนั้นตนยังยืนยันว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์สินของภรรยา แต่ก็ไม่น่าเอาน้ำกรดมาสาดใส่ มันเกินไปไหม เห็นแต่ในข่าวสาดน้ำกรดใส่กันได้รับบาดเจ็บเสียโฉม ส่วนมากจะเป็นเรื่องชู้สาว

”แต่ภรรยาผมไม่ใช่เป็นคนอย่างนั้น เพราะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ทั้งในที่ทำงาน และข้างนอก เนื่องจากภรรยาไม่กิน ไม่เที่ยว ไม่เล่นพนัน และไม่ดื่ม อยากให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะกลัวจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก และหากตำรวจจับตัวคนร้ายได้ตนก็อยากถามว่าทำไมถึงทำกับภรรยาตนได้ถึงเพียงนี้ บอกตรงๆ เลยว่าตนโกรธคนร้ายมาก แต่เป็นชายชาติทหารต้องเข้มแข็ง และต้องเก็บความรู้สึก ปล่อยให้เป็นไปตามขบวนการของกฎหมายบ้านเมือง”

ขณะที่ นางสมร ไชยแก้ว อายุ 44 ปี แม่ค้าขายดอกไม้และพวงมาลัย ตลาดสดตำบลบ้านแดง เล่าว่า ตั้งแต่ก่อตั้ง อ.พิบูลย์รักษ์ มา 32 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย รู้สึกหวาดระแวงและผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เวลาขี่รถจักรยานยนต์ไปไหนมาไหนในตัวอำเภอหากตำรวจยังจับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ได้ อยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ด้าน พ.ต.อ.ชัยศักดิ์ บูรณะบัญญัติ ผกก.สภ.พิบูลย์รักษ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ประชุมชุดสืบสวนในการไล่ล่าหาตัวคนร้าย แต่พบอุปสรรคเรื่องกล้องวงจรปิดมีน้อยมาก ที่มีก็อยู่ระยะไกลและมืด จะเห็นก็แต่แสงไฟหน้ารถผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บขี่ตามกัน ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุบริเวณที่เปลี่ยว ที่ไม่มีแสงไฟ ขณะนี้สอบปากคำพยานไปแล้ว 3 ปาก ทางเราจึงมั่นใจว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้เสียหาย และขณะนี้ได้ประสานตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ลงพื้นที่ช่วยสืบสวนสอบสวน และหาเบาะแสคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะชาวบ้านยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น