หน้าแรก ภูมิภาค กรมป่าไม้ทุ่ม...

กรมป่าไม้ทุ่ม 3 ล้าน พลิกโฉมอุโมงค์ ‘ต้าสวุ่ยต้อ’ แหล่งท่องเที่ยวชายแดนใต้

11.02.24 | 09:20 น.

กรมป่าไม้ทุ่ม 3 ล้าน พลิกโฉมอุโมงค์ ‘ต้าสวุ่ยต้อ’ อดีตศูนย์บัญชาขบวนการคอมมิวนิสต์มาลายา สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์-เส้นทางศึกษาป่าฮาลาบาลาแห่งใหม่ แหล่งท่องเที่ยวชายแดนใต้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวสายผจญภัย

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวแจ้งว่า นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้ที่ 13 ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าและร่วมเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จะมีการพัฒนาภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์ “อุโมงค์ใหญ่ ต้าสวุ่ยต้อ” อ.เบตง จ.ยะลา เป้าหมายเพื่อพลิกโฉมอุโมงค์หลบภัยในอดีตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์แก่คนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยว

นายชนธัญกล่าวว่า โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์ “อุโมงค์ใหญ่ ต้าสวุ่ยต้อ” ดำเนินการโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับ ศอ.บต. และจังหวัดยะลา มุ่งพัฒนาอุโมงค์ใหญ่ “ต้าสวุ่ยต้อ” อดีตศูนย์บัญชาการสำคัญของขบวนการคอมมิวนิสต์มาลายา ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ในอดีต สร้างขึ้นในปี 19 ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และสร้างโอกาสในการเรียนรู้แก่คนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวที่สนใจ

Advertisement

“ในปีงบประมาณ 2567 กรมป่าไม้ได้รับจัดสรรงบประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อศึกษาเส้นทางและดำเนินการนำร่องเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวภายในปี 2568 มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวสายผจญภัยและรักการเดินป่า (hiking) เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองเบตงมากขึ้น”

รายงานข่าวแจ้งว่าอุโมงค์ใหญ่ “ต้าสวุ่ยต้อ” ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 บ้านปิยะมิตร 1 ต.ตะเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา อุโมงค์ถูกขุดด้วยแรงคนในสมัยการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์มาลายากับรัฐบาลมาเลเซีย ปี 91-32 เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยทางอากาศ

“ภายในอุโมงค์มีทางเข้าออกหลายสิบทาง เชื่อมโยงถึงกันคล้ายใยแมงมุม มีห้องนอน พื้นที่ปฏิบัติการ สถานีวิทยุ ห้องเก็บเสบียง สะท้อนให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการก่อสร้างของมนุษย์ในอดีต”

โครงการพัฒนา “อุโมงค์ใหญ่ ต้าสวุ่ยต้อ” นับเป็นการต่อยอดมรดกทางประวัติศาสตร์ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน