ตัวตึงสองฝั่งโขง ติดคุกมา 6 ปี พึ่งพ้นโทษไม่ถึงปี ชวนเพื่อนค้ายาบ้าอีก ยึดคาด่าน ขยายผลตรวจยึดยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด มูลค่านับ 10 ล้านบาท ตรวจสอบเป็นยาบ้าราคาต่ำ กำลังระบาดในอีสาน ขาย 3 เม็ด 100 บาท พบเงินหมุนเวียนในบัญชีสะพัดหลายล้านบาท สารภาพรับจ้างครั้งละแสนบาท เร่งขยายผลยึดทรัพย์
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย พ.อ.ภาคภูมิ นภากาศ หัวหน้าส่วนอำนวยการ นบ.นส.24 พ.ต.อ.ภิญโญ สุทธิสาร พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.อ.สมหมาย บุษบา รอง ผอ.กอ.รมน.จว.นครพนม พ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลาง ผกก.สืบสวนนครพนม พ.ต.ท.ชัชวาลย์ รัชตะประกร รอง ผกก.สืบสวนนครพนม และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง
แถลงข่าวจับกุมขบวนการค้ายาบ้ารายสำคัญ คือ นายวรภัทร นันนวน หรือสัน อายุ 50 ปี คนขับรถยนต์ พร้อมด้วย นายปรีชา ประสมศรี หรือเป็ด อายุ 49 ปี ชาวบ้านดอนแดง ต.คำเตย อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 508,000 เม็ด รวมมูลค่านับ 10 ล้านบาท
ตรวจสอบเป็นยาบ้าเกรดต่ำ ชนิด Y1 มีราคาซื้อขายประมาณ 3 เม็ด 100 บาท กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดนอีสาน โดยจับกุมได้หลังเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนขยายผล จากการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติไทย-ลาว จนกระทั่งติดตามพฤติกรรม สกัดตรวจค้นรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กง 7724 นครพนม บริเวณถนนพื้นที่ ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ตรวจค้นรถยนต์พบยาบ้า 212 มัด ตรวจนับได้ จำนวน 424,000 เม็ด
จนกระทั่งมีการสืบสวนขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของนายปรีชา ประสมศรี หรือเป็ด อายุ 49 ปี ชาวบ้านดอนแดง ต.คำเตย อ.เมือง จ.นครพนม ยึดยาบ้าเพิ่มอีก 84,000 เม็ด
นอกจากนี้ยังพบประวัตินายเป็ด เป็นขบวนการผู้ค้ายาบ้ารายสำคัญ เคยถูกจับกุมดำเนินคดีเมื่อปี 2560 ศาลจังหวัดนครพนมตัดสินจำคุก 6 ปี พึ่งพ้นโทษออกมาไม่ถึงปี หันมาค้ายาบ้าอีก พร้อมยืนยันว่าไม่หวั่นโทษทางกฎหมายเนื่องจากเคยรับสารภาพแล้วได้รับการลดโทษ พร้อมสารภาพว่าครั้งนี้รับการว่าจ้างจากนายทุนเป็นเงินประมาณ 1 แสนบาท เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกค้าตามนัดหมาย
แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ตรวจสอบบัญชีทั้ง 2 ราย ยังพบเงินหมุนเวียนสะพัดหลายล้านบาท เชื่อว่าเป็นขบวนการรายสำคัญ ที่มีการติดต่อค้าขายกับนายทุนรายใหญ่ พร้อมเร่งขยายผลและตรวจสอบยึดทรัพย์ต่อไป นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานความมั่นคง ปราบปรามจับกุมทั้งผู้ค้า ผู้เสพ ตัดวงจรการค้า ตามแนวชายแดน


