หน้าแรก ภูมิภาค ชายสูงวัยตาบอ...

ชายสูงวัยตาบอด ชีวิตสุดรันทด กินมาม่าแช่น้ำ นอนในบ้านขยะสุม ไร้น้ำ-ไฟ นาน 10 ปี

16.02.24 | 20:56 น.

ชีวิตรันทด! ชายสูงอายุตาบอด กินมาม่าแช่น้ำประทังชีวิตตามลำพัง อาศัยในบ้านกองขยะ ไร้น้ำไร้ไฟมานานกว่า 10 ปี

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายนนทรานุวัตร พรมจันทร์ ประธานคณะติดตามงานนนทบุรี เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 73 ซอยติวานนท์ 18 แยก 3/8 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นางวิมลศิริ มีสมสังข์ เจ้าหน้าที่ อสม.ในพื้นที่ว่า มีชายสูงอายุรายหนึ่งพักอยู่ในบ้านพักที่ผุพังทรุดโทรมใกล้จะผัง บริเวณรอบบ้านและในบ้านเต็มไปด้วยขยะจำนวนมาก

และชายผู้สูงอายุรายนี้ตาบอดข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างมองเห็นลางๆ น้ำประปาและไฟฟ้าก็ถูกตัดไปนานกว่า 20 ปี จนทุกวันนี้ต้องอาศัยเงินจากเบี้ยคนพิการและคนชรารวมกัน 1,600 บาท ซื้อมาม่ามาแช่น้ำกินเพื่อประทังชีวิตในแต่ละวัน

เมื่อพูดคุยด้วยทราบว่าชายดังกล่าวชื่อ นายสมรักษ์ จาตุรนต์ประไพ อายุ 65 ปี อดีต รปภ. ซึ่งถูกรถชนจนทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท จนต้องออกจากงานมาใช้ชีวิตตามลำพัง ที่บ้านพักหลังนี้เนื่องจากอาการเจ็บป่วยจนทำเดินไม่ถนัด

Advertisement

นายสมรักษ์เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้ตามลำพังกับสุนัขอีกหนึ่งตัว ครอบครัวตนเคยมีภรรยากับลูกชายแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานมากแล้ว ตนไม่อยากพูดถึง เนื่องจากสุขภาพตนไม่ดีจากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และดวงตาก็บอดไปข้างหนึ่งและมองเห็นลางๆ อีกข้างหนึ่ง ทำให้ตนเคลื่อนไหวหรือขยับตัวลำบาก ทุกวันนี้ตนได้รับเงินช่วยเหลือจากเบี้ยผู้สูงอายุกับคนพิการที่ได้มาในแต่ละเดือน ไปซื้อมาม่าและน้ำดื่มมาตุนเก็บไว้ที่บ้านเพื่อใช้กินประทังชีวิต

นายสมรักษ์กล่าวอีกว่า แต่เนื่องจากที่บ้านตนมีหนูเยอะ ตนจึงต้องนำมาม่าไปเก็บไว้ในโอ่งน้ำแทนแล้วปิดฝา เพราะหากเก็บไว้บนบ้านก็จะถูกหนูมารุมกัดแทะจนเกือบหมด จะทำให้มีมาม่าไม่พอกิน ซึ่งเวลาที่ตนหิวตนก็จะนำเส้นมาม่าไปแช่น้ำไว้รอให้เส้นมันนุ่มจึงนำมากินต่อได้ง่ายไม่ต้องต้มหรือไม่ตนก็กินเส้นมาม่าดิบๆ ไปเลย ซึ่งสะดวกกว่าที่จะนำไปต้มให้สุก เพราะที่บ้านตนเตาแก๊สก็ไม่มี น้ำไฟก็ไม่มี จึงต้องอาศัยเส้นมาม่าแช่น้ำประทังชีวิตไปในแต่ละมื้อ

นายสมรักษ์กล่าวว่า ความลำบากที่สุดในตอนนี้คือเรื่องของน้ำประปาที่ตนไม่มีใช้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนไฟฟ้าก็ถูกตัดมานานเกือบ 20 ปีเช่นกัน เรื่องไม่มีไฟฟ้าใช้นั้นสำหรับตนจะมืดหรือสว่างมีค่าไม่แตกต่างกัน เพราะตนตาบอดอีกข้างก็มองเห็นลางๆ จะไม่มีไฟฟ้ามีแสงสว่างหรือไม่ ไม่มีผลกับตน แต่ที่เดือดร้อนมากที่สุดคือเรื่องของน้ำประปา ที่ตนไม่มีใช้อาบใช้กินเลย

ทุกวันนี้จะอาบน้ำเพียงเดือนละครั้งเท่านั้นจากน้ำขวดที่ซื้อมาหรือมีเพื่อนบ้านเอามาบริจาคช่วยเหลือ เพราะต้องออกไปติดต่อเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อนำไปซื้อมาม่ากับน้ำดื่มมาตุนไว้ หากจะมีใครหรือความช่วยเหลืออะไรมาช่วยตนจริงๆ ขอเป็นแค่เรื่องน้ำประปาเรื่องเดียวพอ เรื่องไฟฟ้าไม่จำเป็นสำหรับตน เรื่องทำความสะอาดขยะที่เรี่ยราดเกลื่อนบ้านนั้นก็ไม่ต้อง ตนขอเป็นคนจัดการเอง เพราะตนไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย ตนชอบใช้ชีวิตสงบๆ แบบนี้ แม้บางครั้งจะมีความคิดถึงอดีตภรรยาอยู่บ้างก็ตาม

ด้าน นางวิมลศรี มีสมสังข์ เจ้าหน้าที่ อสม.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ อสม.มาพบเจอลุงเดินอยู่บนถนนในซอย ในลักษณะเดินตามเส้นขาวบนถนนตรงเป๊ะ ทีแรกก็ไม่มีใครรู้ว่าลุงตาบอดมองเห็นลางๆ จนได้เข้าไปพูดคุยด้วยจึงทราบว่าแกเป็นผู้พิการทางสายตา อาศัยอยู่บ้านหลังเก่าตามลำพัง จึงลงพื้นที่มาตรวจสอบพอเห็นสภาพบ้านกับความเป็นอยู่แล้ว ก็อดสงสารไม่ได้ เคยมีเจ้าหน้าที่ พม.มาช่วยเหลือแกแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้กลับมาดูแลช่วยเหลือแกต่ออีกเลย ทุกวันนี้ตนต้องคอยแวะมาดูนำน้ำดื่มมาให้ลุง

นางวิมลศรีกล่าวอีกว่า จากการสอบถามลุง ทราบว่าแกอยู่เพียงลำพังคนเดียวไม่มีพี่น้องครอบครัวมาดูแล ลุงแกอยากได้น้ำประปาไว้ใช้มากกว่าไฟฟ้า เพราะตาแกมองไม่เห็น ไฟฟ้าจึงไม่มีประโยชน์สำหรับแก ที่ผ่านมาตนได้ไปติดต่อหน่วยงานต่างๆทั้ง พม.และเทศบาล เพื่อขอความช่วยเหลือให้กับลุงมานานเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดติดต่อกลับมา ประกอบกับตนมีงานที่ต้องทำอีกหลายอย่างจึงไม่มีเวลาไปตามเรื่องที่แจ้งขอความช่วยเหลือไว้

“ยิ่งมาทราบว่าในแต่ละวัน ลุงแช่มาม่ากินแทนข้าวด้วยแล้วก็รู้สึกสงสารแกมากขึ้น ซึ่งแกก็มีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการเดือนละพันกว่าบาทเท่านั้น ตอนนี้ก็ได้แต่รอกันว่าจะมีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออะไรได้บ้าง” นางวิมลศรีกล่าว