หน้าแรก ภูมิภาค ผุดเงื่อนงำ ศ...

ผุดเงื่อนงำ ศพปริศนาถูกเผาในบ่อขยะ ผลชันสูตรเป็น ‘หญิง’ คาดถูกฆ่าที่อื่น-ทำลายหลักฐาน

19.02.24 | 16:16 น.

ชาวบ้านตำบลละหานนา อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ที่อาศัยอยู่ใกล้กับบ่อกำจัดขยะจุดพบศพถูกเผานั่งยาง เผยมีชายแปลกหน้าสวมชุดคล้ายหมอธรรมเข้ามาขอน้ำดื่มจากชาวบ้านที่กำลังช่วยกันจัดงานศพช่วงหัวค่ำของวันพบศพเผานั่งยาง ขณะที่หญิงสูงวัยที่มีบ้านอยู่กลางทุ่งนา ห่างจากบ่อขยะ ประมาณ 1 กม. ได้ยินเสียงปืนดัง 4 นัด ในคืนวันที่ 14 ก.พ.

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ความคืบหน้ากรณี นายจักรินทร์ หรือ หลง อายุ 27 ปี ชาว ต.ละหานนา อ.แวงน้อย ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขับรถส่งน้ำดื่ม ไปพบศพมนุษย์ถูกเผานั่งยางภายในบ่อกำจัดขยะของ อบต.ละหานนา ห่างจาก สภ.แวงน้อย ประมาณ 15 กม. เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้าไปจอดรถพักและตรวจนับถังน้ำดื่มภายในบ่อกำจัดขยะ ก่อนจะรีบขับรถออกมาแจ้งให้ชาวบ้านที่กำลังช่วยกันเตรียมจัดงานบำเพ็ญกุศลศพให้กับผู้เสียชีวิตภายในหมู่บ้านหนองผือ หมู่ 8 รับทราบ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงน้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในเวลาต่อมา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พบกับ น.ส.เอ อายุ 19 ปี ชาวบ้านหนองผือ หมู่ 8 เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับช่วงที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่พบศพถูกเผานั่งยางที่บ่อขยะ ซึ่งขณะนั้นตนเองได้อาศัยอยู่ที่บ้านพัก ห่างจากบ่อขยะที่พบศพ ประมาณ 3 กม. ในระหว่างที่ตนเองกำลังทำธุระอยู่หน้าบ้าน ได้เห็นชายแปลกหน้า แต่ดูแล้วไม่ใช่คนในหมู่บ้านหรือในละแวกใกล้เคียง สวมชุดสีขาว ตัดผมรองทรงสั้น รูปร่างสันทัด เดินผ่านหน้าบ้านของตน เดินเท้ามุ่งหน้าไปทางบ่อขยะ

ตนจึงได้สอบถามชายคนดังกล่าวว่า จะไปไหน ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่าจะไปบ้านแก้ง ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งขณะนั้นตนก็เอะใจว่าเส้นทางบ้านแก้ง จ.ชัยภูมิ ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิมที่ชายคนนี้เดินมา แต่ก็ทำได้เพียงแค่สงสัย จากนั้นจึงถามว่า จะเอาน้ำดื่มระหว่างเดินทางหรือไม่ ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า “ไม่เป็นไรขอบคุณ” เพราะได้น้ำดื่มจากบ้านงานศพแล้ว เพราะในหมู่บ้านมีงานศพที่อยู่ห่างจากบ้านตนเองประมาณ 100 เมตร

น.ส.เอเล่าต่อว่า หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินไปที่บริเวณดอนปู่ตา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่หัวสะพานข้ามคลองท้ายหมู่บ้าน ห่างจากบ้านตนเองออกไป 700 เมตร ระหว่างนั้นได้ยินชายดังกล่าวบ่นพึมพำ คล้ายกับการสวดมนต์ระหว่างเดินเท้าไปด้วย คาดว่าชายคนนี้จะไปนั่งสวดมนต์ต่อที่ดอนปู่ตา เพราะได้ยินเสียงชัดเจนเนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ซึ่งหมู่บ้านตามชนบทก็จะเงียบสงัด ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่าชายคนนี้ทำพิธีอะไรหรือไม่ ซึ่งตนเองไม่ได้ตามไปดู แต่ก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นผู้ต้องสงสัยหรือไม่เพียงแต่เป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามาในช่วงที่หมู่บ้านพบศพเผานั่งยาง

Advertisement

กระทั่งในเวลาต่อมา มีผู้โพสต์เฟซบุ๊ก ในเพจ “ฮักแวงน้อย” ว่าเวลาประมาณ 20.00 น. พบชายวัยกลางคนเดินไปมาแถวบ่อขยะ จึงตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าคนธรรมดาจะเดินแถวนั้นดึกๆ ดื่นๆ หรือไม่ ท่ามกลางเหตุการณ์ที่มีคนถูกเผานั่งยางอยู่บริเวณนั้น ตนจึงได้ทักแชตไปถามข้อมูล พบว่า เป็นชายลักษณะเดียวกันกับที่ตนพบเห็นบริเวณหน้าบ้านเมื่อช่วง 20.00 น.ที่ผ่านมา

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจดูที่บริเวณดอนปู่ตา ที่ น.ส.เอให้ข้อมูลว่า ชายแปลกหน้าสวมชุดขาวเดินมานั่งสวดมนต์อยู่ที่ศาลดอนปู่ตา พบว่า มีศาลปู่ตา ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ริมคลองน้ำ ซึ่งมีสะพานเป็นทางข้ามคลอง พบว่า มีร่องรอยของการจุดธูปปักไว้บนกระถางด้านหน้า ทั้งหมด 6 ก้าน แต่ระบุไม่ได้ว่าธูปถูกจุดไว้ตั้งแต่วันไหน ส่วนบริเวณที่มีรูปปั้น ถูกล็อกกุญแจไว้

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นางสุขสันต์ อายุ 39 ปี ชาวบ้านหนองดู่ หมู่ 4 ซึ่งเป็นคนที่ยื่นขวดน้ำให้ชายชุดขาว บอกตรงกันว่า ขณะที่ตนเองกำลังช่วยงานศพในหมู่บ้านบ้านหนองผือ หมู่ 8 และเป็นเวลาที่มีการจับกลุ่มพูดคุยเรื่องที่พบศพถูกเผานั่งยาง และกำลังดูรูปภาพประกอบ ขณะนั้นเองพอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นชายคนดังกล่าว เดินเข้ามาขอน้ำดื่ม ตนเองก็รู้สึกกลัวเพราะว่าเป็นคนแปลกหน้า สวมชุดคล้ายหมอธรรม มีลูกประคำเล็กๆ ห้อยคอ แต่ก็ได้ยื่นน้ำให้ 1 ขวด และมีการสอบถามกันว่ามาจากที่ไหน จะไปไหน ชายคนดังกล่าวตอบว่า จะไปแก้งคร้อ ชัยภูมิ แล้วก็รีบเดินออกไปทันที แต่เส้นทางที่มุ่งหน้าไปนั้น กลับไปอีกที่ไม่ใช่เส้นทางไป อ.แก้งคร้อตามที่บอก ยืนยันว่าไม่เคยมีใครพบเห็นชายคนนี้มาก่อน หลังจากคืนนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นชายคนนี้อีกเลย แต่จากการที่ชาวบ้านพูดคุย ชายคนดังกล่าวแต่งตัวดูสะอาดสะอ้านไม่น่าจะเป็นคนเร่ร่อน และการพูดจาก็เหมือนคนปกติทั่วไป

ขณะที่ นายคณิตศาสตร์ อายุ 55 ปี ชาวบ้านหนองผือ หมู่ 8 ก็เป็นอีกคนที่เห็นชายแปลกหน้าเดินอยู่ริมถนนละแวกเดียวกับบ่อขยะ โดยนายคณิตศาสตร์เล่าว่า วันที่พบโครงกระดูกมนุษย์นั้น ในช่วงกลางคืนเวลาประมาณ 22.40 น. ตนเองได้ขับรถออกไปรับลูกสาวที่เพิ่งเลิกงาน เพราะลูกโทรมาบอกว่า กลัว ไม่กล้าผ่านช่วงบ่อขยะ เพราะเพิ่งพบศพคนถูกเผา ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปนั้น ตนมองเห็นด้านหลังเป็นชายกำลังเดิน ในมือถือไม้เดินไปเรื่อยๆ

ตนเองก็สงสัยว่า เป็นใครมาจากไหน มาเดินดึกๆ ดื่นๆ จากนั้นก็ไปรอรับลูกประมาณครึ่งชั่วโมง พอขี่รถกลับบ้านทางเดิม ก็ยังเห็นชายคนดังกล่าวเดินอยู่ แต่เมื่อเทียบเวลาแล้ว ชายรายนี้น่าจะเดินไปได้ไกลกว่านี้ ไม่น่าจะยังอยู่แถวบ่อขยะ ตนก็คิดในใจว่าสัปเหร่อหรือไม่ ที่จะกล้ามาเดินคนเดียวดึกๆ แบบนี้

นางทองลาอายุ 64 ปี ชาวบ้านหนองผือ หมู่ 8 ซึ่งมีบ้านอยู่ห่างบ่อขยะ ประมาณ 1 กม. บอกว่า ก่อนเจอโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผา ในคืนวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ช่วงเวลากี่ทุ่มจำไม่ได้แต่รู้ว่าตอนนั้นเข้านอนแล้ว ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ที่ขี่ไปตามถนน ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด และขยับจากจุดที่มีเสียงปืนดังช่วงแรกไปทางบ่อขยะ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัด ก่อนจะมีเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่เสียงอัดท่อรถของวัยรุ่น เพราะเสียงนั้นคุ้นเคยประจำ แต่เสียงที่ได้ยินคือเสียงปืนแน่นอน และตั้งแต่ที่มาอาศัยอยู่ที่บ้านกลางทุ่งนา ก็ไม่เคยได้ยินเสียงลักษณะนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.สมมาตย์ มั่งไธสงค์ ผกก.สภ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับรายงานผลการส่งตรวจพิสูจน์ศพนิรนามที่ถูกเผานั่งยางในบ่อขยะ จากแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น แล้ว โดยจากการชันสูตรพบว่า ผู้ตายเป็นเพศหญิง อายุไม่เกิน 35 ปี ส่วนสูงประมาณ 165 ซม. หลังจากที่ทีมแพทย์นิติเวชได้นำชิ้นส่วนร่างกายที่ไฟไหม้ไม่หมด โดยเฉพาะบริเวณเชิงกรานไปตรวจ จนกระทั่งสามารถระบุเพศของผู้ตายได้

และจากการวิเคราะห์ข้อมูลการสืบสวนสอบสวน ในเบื้องต้น มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ตายจะถูกฆ่ามาจากพื้นที่อื่น แล้วนำเอาศพมาเผานั่งยางเพื่ออำพรางที่บ่อขยะในพื้นที่ อ.แวงน้อย และเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนในพื้นที่ที่รู้จักว่า ในป่าบริเวณนี้มีบ่อขยะที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเข้าไป เป็นผู้ร่วมขบวนการในการนำศพมาเผาอำพราง ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะมีการวางกรอบและแนวทางในการสืบสวนสอบสวนต่อไป