เชียงใหม่ตรึงกำลัง 24 ชม. พร้อมรับมือ ไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ในเดือนมีนาคมนี้
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการเตรียมรับมือกับฝุ่นควันในห้วงเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งจากสถิติในหลายปีที่ผ่านมาพบว่า เดือนมีนาคมจะเป็นห้วงที่มีความร้อนเกิดขึ้นมากที่สุดทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงกว่าเดือนอื่นๆ โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการเชิงรุกส่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เข้าไปสร้างอาชีพให้กับผู้มีอาชีพหาของป่า หรือมีความเสี่ยงต่อการบุกรุกพื้นที่ป่า ประกอบกับจัดเตรียมทีมลาดตระเวนจัดตั้งจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง และเตรียมความพร้อมทางด้านอากาศยานในการป้องกันและดับไฟป่า นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่เพื่อสอดส่องดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการฝนหลวงทันทีหากมีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในอากาศสูงและอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน
“ในช่วงวิกฤตหรือช่วงเผชิญเหตุในห้วงเดือนมกราคมถึงเมษายน มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกำกับติดตามในระดับจังหวัดอำเภอและตำบล โดยใช้แอพพลิเคชั่น FireD ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันได้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาทำเป็นปุ๋ยหรือการไถกลบ ตลอดจนเปิดจุดรับซื้อกิ่งไม้ใบไม้ต้นข้าวโพดต่างๆ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ขายให้องค์กรเอกชนนำไปผลิตเป็นชีวมวลแปรรูป และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในการตรวจจับควันดำรถ เปิดห้องฉุกเฉิน EOC ด้านฝุ่นควันในทุกโรงพยาบาลและทุก รพสต. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งดำเนินการจัดห้อง Safety Zone จัดทำ Safety room ในทุกบ้าน รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเผชิญเหตุดับไฟป่า เพื่อดับไฟให้ได้โดยเร็วที่สุดป้องกันการเกิดไฟไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง ทำให้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนและมีค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เกินมาตรฐาน ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2566”
นายสมคิด กล่าวว่า เมื่อเวลา 18.10 น. วานนี้ (20 กพ.) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ชม.13 (สันป่าตอง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออบขาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดง ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจับกุมดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาป่า จำนวน 3 ราย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ท่าช้างและป่าแม่ขนิน พื้นที่บ้านท่าไม้ลุง ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทางด้านศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) รอบเช้า จำนวน 55 จุด ในพื้นที่อำเภอฮอด 21 จุด จอมทอง 11 จุด ดอยเต่า 8 จุด แม่แตง 4 จุด เชียงดาว 3 จุด แม่อาย 2 จุด แม่แจ่ม 2 จุด แม่ออน 1 จุด ไชยปราการ 1 จุด แม่วาง 1 จุด และหางดง 1 จุด โดยสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดในอุทยานแห่งชาติแม่โถ-อุทยานแห่งชาติออบหลวง นานกว่า 9 วันแล้ว ยังไม่สามารถดับไปได้ อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอย่างหนักในพื้นที่
ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) พบค่า PM2.5 มีค่าระหว่าง 17.1 – 41.9 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย PM2.5 = 41.9 มคก./ลบ.ม. ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 37.6 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน PM2.5 = 38.5 มคก./ลบ.ม. และ ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน PM2.5 = 40.6 มคก./ลบ.ม. คาดการณ์การสะสมของฝุ่นละอองภาพรวมภาคเหนือวันพรุ่งนี้ คุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานค่าอัตราการระบายอากาศที่วิเคราะห์ได้จากข้อมูลการตรวจอากาศชั้นบนของวันนี้ (21ก.พ.67) พบว่า อัตราการระบายอากาศสูงสุดของสถานีฯ 5 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์ดีมาก เนื่องจากมีลมพัดเข้ามามาจากทิศตะวันตกบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ข้ามพรมแดนพม่าจากแถวรัฐกระเหรี่ยงเฉียงขึ้นมา คาดว่าจะพัดยาวไปอีกหลายวัน ทำให้พัดฝุ่นควันที่ทวีความรุนแรงขึ้นออกไปจนเบาบางลง ทั้งโซนใต้ของเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นจุดเกิดไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแม่โถ-อุทยานแห่งชาติออบหลวง รวมทั้งฝั่งต่อเนื่องแม่ฮ่องสอน และตาก ทำให้ค่าฝุ่นต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ซึ่งลักษณะอากาศดังกล่าว ส่งผลทำให้ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เกิดเหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็ง บนยอดหญ้า เนื่องจากอุณหภูมิลดต่ำ -0.5 องศาเซลเซียส ยอดดอย 5 องศาเซลเซียส สภาพอากาศโดยทั่วไปในเขตเมืองเย็นสบายอุรหภูมิต่ำสุด 15 องศาเซลเซียส แต่ในช่วงบ่ายอากาศจะร้อนขึ้นแตะ 33 องศาเซลเซียส





