หน้าแรก ภูมิภาค เลยวางมาตรการ...

เลยวางมาตรการเด็ดขาด เตรียมยึดคืนพื้นที่หากยังเผาป่าอีก หลังPM 2.5 พุ่งต่อเนื่อง

21.02.24 | 14:49 น.

เลยวางมาตรการเด็ดขาด เตรียมยึดคืนพื้นที่หากยังเผาป่าอีก หลังPM 2.5 พุ่งต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ จากที่สถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM .2.5 ในจังหวัดเลย ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่ามีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM .2.5 เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และพบจุดความร้อน (Hotspot) หลายจุดในหลายๆอำเภอ ทำให้มีหมอกควันสะสม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดเลย ได้ประสบปัญหา PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน เรื่องสุขภาพอย่างต่อเนื่องรวมสัปดาห์ ซึ่งทางจังหวัดก็ได้พยายามแก้ไขปัญหากันในทุกมิติ จนวันนี้อากาศในจังหวัดเลยอยู่ในระดับคุณภาพที่ดี แม้ระดับคุณภาพอากาศดีขึ้นระดับสีฟ้า แต่ยังเฝ้าระวังในเรื่องการเผา การเผาในพื้นที่ทางการเกษตร การเผาพื้นที่ป่า การเผาพื้นที่ข้างทาง ซึ่งการเฝ้าระวังยังคงมีหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบและดูแลอยู่ และวันนี้เรายังเฝ้ามอนิเตอร์ข้อมูลของ PM 2.5 และจุดความร้อน (Hotspot) ที่มีจุดความร้อนขึ้นที่ไหน เจ้าหน้าที่ในจุดนั้นต้องรีบเข้าไปสู่ขบวนการแก้ไขปัญหา อย่างเช่นในเขตป่า เขตอนุรักษ์ต้องเข้าไปควบคุม หรือในพื้นที่เกษตร ที่พื้นที่ สปก.ในพื้นที่ระดับอำเภอต้องเข้าไปสอบสวนสืบสวน เพื่อนำมาสู่มาตรการการสังคม และตามขบวนการตามกฎหมาย

และจากจุดพบความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคการเกษตร โดยเฉพาะ สปก. ซึ่งในอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่ามีอยู่ประมาณ 100 กว่าจุด จึงได้นำร่องโดยเอาชาวบ้านหลายอำเภอที่พบว่า จุดความร้อนมีการเผาจริง ในเบื้องต้นมาพบแล้ว 12 ราย ส่วนใหญ่พบว่าเป็นการเผาไร่อ้อย โดยมี สปก.เข้าร่วมด้วย จะมีการบันทึกไว้เบื้องต้นมีการกล่าวโทษและตักเตือน โดยเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ต้องไม่เผาอีก หากพบว่ามีการเผาอีกและซ้ำซาก อาจถึงขั้นยกเลิกใบ สปก.

และเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเพลิงไหม้บ่อขยะของเทศบาลเมืองเลย(โคกช้างไห้) บ้านโคกสว่าง ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย ซึ่งบ่อกำจัดขยะแห่งนี้เป็นพื้นที่รองรับขยะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเลย จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด 29 แห่ง มีปริมาณขยะวันละกว่า 180 ตัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ทั้งเทศบาลในเขตเมืองเลย และ อบต.ต่างระดมดับไฟ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังคงเฝ้าระวังอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในปีนี้ในเรื่องของการเผาอ้อยส่งโรงงาน ยังพบว่า มีการเผาอ้อยส่งโรงงานอ้อยที่ถูกไฟไหม้เข้าโรงงานอยู่ที่ตัวเลขทั้ง 2 โรงงานเฉลี่ยประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมาช่วงนี้และปิดหีบอยู่ที่ 29 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงเหลือเวลาอีก 1 เดือนที่ทางโรงงานจะปิดหีบในปีนี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันงดการเผา เพราะการเผาจะพบว่ามีผลกระทบมลพิษทางอากาศเป็นวงกว้าง และมีผลเสียกับสุขภาพของประชาชนทั่วไป นายกิตติคุณ บุตรคุณ กล่าว

Advertisement