อากาศร้อน! อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น 2-3 องศา แตะ 38 องศา รับประเทศไทย เข้าสู่ฤดูร้อน ด้านสภาพพื้นที่แห้ง ไฟป่าโหมไหม้ จุดฮอตสปอตพุ่งสูงสุดในภาคเหนือมาเป็นวันที่สอง
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ลำปาง อุณหภูมิในพื้นที่ จ.ลำปาง ตามรายงานของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) พบว่า จ.ลำปาง เป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิความร้อนสูงสุดในภาคเหนือตอนบน โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาเถิน อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่อำเภอตอนใต้ของจังหวัด ห่างจากตัวเมืองลำปาง 80 กิโลเมตร วัดอุณหภูมิได้สูงสุด 37.4 องศาเซลเซียส ส่วนตัวเมืองลำปาง สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ที่ตั้งอยู่เขต ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง วัดได้สูงสุด 36.7 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้ สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง เพิ่มสูงขึ้นมาเฉลี่ย 2-3 องศาเซลเซียส โดยเริ่มร้อนขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน โดยขยับจาก 34-35 องศาเซลเซียส ขึ้นมาเป็น 36-37 องศาเซลเซียส บางวันเกือบจะถึง 40 องศาเซลเซียสแล้ว อย่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อ.เถิน จ.ลำปาง ที่ร้อนถึง 38.0 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าขยับขึ้นมาแตะ 38.0 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในปีนี้ นับว่าเป็นสัญญาณว่ากำลังใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว และจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งจะร้อนที่สุดในช่วงบ่าย ทำให้ถนนกลางที่แสงแดดส่องลงมา จะเกิดเปลวแดดไอร้อนขึ้นมาตามผิวถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศที่ร้อนนี้ถือว่าจะเป็นไปตามที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และในปีนี้จะร้อนกว่าปีก่อน สำหรับพื้นที่ จ.ลำปาง หากย้อนไปในอดีต จ.ลำปางเคยมีอุณหภูมิสูงทะลุ 44.2 องศาเซลเซียสมาแล้ว โดยในครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ อ.เถิน จ.ลำปาง เป็นอุณหภูมิที่สูงสุดในประเทศไทยในปีนั้น และในห้วงเดือนเมษายน ปี 2565 พื้นที่ จ.ลำปาง เคยมีอุณหภูมิที่ร้อนสูงสุดในประเทศ ติดต่อกันนานนับสัปดาห์
ทั้งนี้ จากสภาพอากาศที่ร้อนในพื้นที่ จึงทำให้ทั้งสภาพอากาศและสภาพพื้นที่เกิดแห้งแล้งลง และการเผาไหม้ก็ลุกติดได้ง่าย และลามไหม้อย่างรวดเร็วจากการเผาในพื้นที่ โดยเฉพาะไฟป่า ที่เกิดจากคนที่เข้าป่าแล้วจุดไฟเผา จึงทำให้ช่วงนี้เกิดไฟไหม้ป่าโหมในหลายจุดในตัวจังหวัด อย่างเมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) ที่พบจุดความร้อนตามภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่ จ.ลำปาง มากสุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ 121 จุด กระจายใน 11 อำเภอ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าดับ โดยวันนี้ลดลงเหลือ 83 จุด ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงสุดในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มาเป็นวันที่สองแล้ว โดยตามรายงานของศูนย์ปฎิบัติการดับไฟป่าภาค 3 ที่แจ้งมายังจังหวัดลำปาง พบจุดความร้อนในภาคเหนือ 307 จุด สามจังหวัดแรก ได้แก่ จ.ลำปาง 83 จุด, จ.เชียงใหม่ 51 จุด และ จ.พะเยา 26 จุด


