หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านกว่า 3...

ชาวบ้านกว่า 300 คน ปิดล้อม ธ.ก.ส. บึงสามัคคี ปมฟ้องลูกหนี้ที่กองทุนฟื้นฟูลงนามซื้อหนี้แล้ว สุดท้ายไกล่เกลี่ยได้

22.02.24 | 16:14 น.

ชาวบ้านกว่า 300 คน ปิดล้อม ธ.ก.ส. บึงสามัคคี ปมฟ้องลูกหนี้ที่กองทุนฟื้นฟูลงนามซื้อหนี้แล้ว สุดท้ายไกล่เกลี่ยได้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จากกลุ่มบ้านหนองเต่าทอง หมู่ 12 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จำนวน 300 คน เดินทางมาที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาบึงสามัคคี อ.บึงสามัคคี อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เพื่อขอความชัดเจนจากผู้จัดการสาขา ธ.ก.ส. หลังจากมีสมาชิกของกลุ่มรายหนึ่ง ถูกฟ้องดำเนินคดีจากเงินที่กู้ ธ.ก.ส.ไป กว่า 2,615,000 บาท (รวมดอกเบี้ย) ตามหมายเรียกให้ขึ้นศาลในวันที่ 4 มีนาคม 2567 ที่จะถึงนี้

โดย “น.ส.วราพร ศิริพันธ์” อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58-59 หมู่ 2 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เกษตรกรชาวไร่อ้อยผู้กู้เงินจาก ธ.ก.ส.สาขาคลองขลุง เป็นสมาชิกกองทุน 3 ปี ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันเดินทางไปทำงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่มีการมาร้องขอความชัดเจนครั้งนี้ เนื่องจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่มีสาขาทั่วประเทศ ได้ตกลงทำ Mou (เมื่อวันที่ 27 ก.ค.65) ซื้อหนี้จากธนาคารของรัฐและเอกชนมาบริหารจัดการในกองทุน ตามมติคณะรัฐมนตรี (เมื่อ 22 มี.ค.65) เพื่อลดภาระดอกเบี้ยช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นสมาชิก แต่อยู่ๆ ธนาคาร ธ.ก.ส. ทำไมถึงไม่แจ้งให้กองทุนฟื้นฟู ทราบเพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไข เพราะอยู่ในข้อตกลงใน Mou ที่ทำร่วมกัน โดยสมาชิกรายนี้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดีเป็นรายแรก ซึ่งกลุ่มเกษตรกรมองว่าถูกกลั่นแกล้ง เพราะหากจะผิดสัญญาการชำระเงินก็จะต้องมีระยะเวลา 5 ปี แต่นี่ระยะเวลาผ่านไปเพียง 3 ปี เท่านั้น และทำไมถึงไม่แจ้งกองทุนฟื้นฟูเพื่อให้เข้ามาแก้ไข อยู่ๆ ก็มาฟ้องสมาชิกดำเนินคดีแบบนี้ จึงถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมารวมตัวกันวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้นหลังจากกลุ่มแกนนำของกองทุนฟื้นฟู นางจำนงจิต คล่องแคล่ว อายุ 60 ปี ประธานองค์กรเกษตรกรบ้านหนองเต่าทองหมู่ 12 และรองประธานอนุกรรมการคนที่ 2 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกำแพงเพชร ได้ใช้เครื่องเสียงเรียก นายกิตติศักดิ์ แสงอะโณ ผจก.ธ.ก.ส.สาขาบึงสามัคคี (อดีตรองผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาคลองขลุง ต้นเรื่อง) ให้ออกมาชี้แจงสาเหตุ หากไม่ออกมาจะขอปักหลักอยู่จุดนี้และจะบุกเข้าไปข้างในสำนักงาน

Advertisement

ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามัคคี พ.ต.ท.กรพิทักษ์ กุศล รอง ผกก.ป.สภ.บึงสามัคคี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย เข้ามาพูดคุยเจรจาให้ส่งตัวแทนเข้าไปพูดคุย ซึ่งช่วงแรกไม่เป็นผล ชาวบ้านยืนยันจะเข้าไปด้านใน โดยเจรจากันนานนับชั่วโมง จึงยอมส่งตัวแทนเข้าไปพูดคุยในสำนักงาน จำนวน 10 คน

หลังจากเข้าไปพูดคุยกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ได้ข้อยุติในกรณีดังกล่าว โดยทางธนาคารได้ให้ข้อมูลว่าก่อนที่จะมีการดำเนินการฟ้องร้องดังกล่าวได้มีการติดตามทวงถามหลายครั้ง และเข้าไปพูดคุยที่บ้านของลูกหนี้รายนี้ แต่ก็ไม่พบตัวซึ่งได้ข้อมูลจากพี่ชายลูกหนี้ว่า “น.ส.วราพร” เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยทางธนาคารยืนยันว่าดำเนินการไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน ในส่วนของการสื่อสารกับทางกองทุนฟื้นฟู นั้นเป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งไม่แน่ชัดว่าผิดพลาดจุดใด จากนี้ไปขอให้รวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อประสานไปยัง ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เพื่อพูดคุยหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยทาง ธ.ก.ส.ไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งเกษตรกรแต่อย่างใด หลังจากพูดคุยไกล่เกลี่ยกันแล้วสมาชิกกองทุนฯ กว่า 300 คนก็ได้เดินทางแยกย้ายกันกลับ

นางจำนงจิต คล่องแคล่ว อายุ 60 ปี ประธานองค์กรเกษตรกรบ้านหนองเต่าทองหมู่ 12 และรองประธานอนุกรรมการคนที่ 2 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกำแพงเพชร เล่าว่า นายกิตติศักดิ์ แสงอะโณ ผจก.ธ.ก.ส.สาขาบึงสามัคคี (อดีตรองผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาคลองขลุง ต้นเรื่อง) ได้ทำเรื่องฟ้องสมาชิกกองทุน ไม่มีการบอกกล่าวกับกองทุนฟื้นฟู สาขากำแพงเพชร แต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการทำ Mou ร่วมกันแล้ว ทางธนาคารอ้างว่าได้มีการแจ้งไปยังพี่ชายของ น.ส.วราพร ซึ่งป่วยติดเตียงเป็นโรคอัลไซเมอร์ จู่ๆ ก็ได้หมายฟ้องดำเนินคดี จึงมองว่าเป็นการทำผิดเงื่อนไขที่ทำไว้กับกองทุน Mou ตามมติคณะรัฐมนตรี

ส่วนผลการไกล่เกลี่ยวันนี้ เป็นที่น่าพึงพอใจโดยจากนี้ไปจะประสานไปยัง “น.ส.วราพร” สมาชิกกองทุน ที่อยู่ต่างประเทศเพื่อมอบอำนาจให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป โดยทางกองทุนจะดำเนินการซื้อหนี้จาก ธ.ก.ส. เพื่อมาจัดการเพื่อไม่ให้ทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด

ด้าน นายกิตติศักดิ์ แสงอะโณ ผจก.ธ.ก.ส.สาขาบึงสามัคคี (อดีตรองผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาคลองขลุง ต้นเรื่อง) กล่าวว่า หลังพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยวันนี้ ได้แนะนำข้อมูลขั้นตอนการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ซึ่งลูกหนี้รายนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอฟ้องดำเนินคดี แต่แนวทางการยืดทรัพย์และอื่นๆ มีระยะเวลาอีก 10 ปี โดยลูกหนี้รายนี้ยังคงอยู่ต่างประเทศ โดยจากนี้ทางองค์กรกองทุนฟื้นฟูฯ ก็จะต้องติดต่อเพื่อมอบอำนาจให้ดำเนินการแก้ไขตามกฎหมายต่อไป ซึ่งลูกหนี้ก็จะต้องยืนยันว่าจะให้กองทุนฟื้นฟูจัดการหนี้ก้อนนี้ตามขั้นตอน ในส่วนของตนเองไม่มีอำนาจดำเนินการแก้ไขใดๆ ซึ่งจะต้องให้ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ดำเนินการ โดยผลการเจรจาวันนี้ก็จบลงได้ด้วยดี