สลด! พ่อเฒ่าวัย72 วิ่งดับไฟไหม้ไร่อ้อย โดนไฟคลอกดับอนาถ
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.นพล วงศ์พุฒิ สว.สอบสวน สภ.กุมภวาปี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.อุดรธานี ว่ามีเหตุชายสูงอายุไปดับไฟกำลังลุกลามที่ไร่อ้อยของตนเอง อยู่บริเวณท้ายหมู่บ้านกุดจิก หมู่ 1 ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ถูกไฟคลอกเสียชีวิต จึงออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.กุมภวาปี และอาสากู้ภัยมูลนิธิประชาพัฒนาธรรมกุมภวาปี
ที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อยที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว และกำลังเตรียมพื้นที่เพาะปลูกอ้อยใหม่ พบญาติพี่น้องผู้ตาย นำตำรวจตรวจสอบสภาพศพ นายสุดใจ ชารัญจ่า อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 7 บ.หนองหว้า ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี ถูกไฟคลอกทั้งตัว นอนตะแคงเปลือยกายคว่ำหน้าทับไม้หน้าสามยาวประมาณ 2 เมตร ที่ผู้ตายใช้สำหรับเขี่ยและดับไฟอยู่กลางไร่อ้อย เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปไร่อ้อยเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน
ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย เสียชีวิตจากการสำลักควันไฟจนหมดสติ ก่อนถูกไฟคลอกเสียชีวิตมาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยไม่มีใครพบเห็นและช่วยไว้ได้ทัน ญาติไม่ติดใจในสาเหตุ จึงให้อาสากู้ภัยมูลนิธิประชาพัฒนาธรรมกุมภวาปีนำศพไปตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปโรงเก็บศพ รพ.กุมภวาปี พบกับนางดวงจันทร์ ชารัญจ่า อายุ 65 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.30 น. หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ มีชาวบ้านบอกว่าไฟกำลังไหม้ไร่อ้อยของตน และกำลังลุกามไปยังไร่อ้อยที่อยู่ข้างเคียง โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนจุดไฟ เมื่อสามีได้ยินจึงรีบไปดับไฟ เพราะเกรงว่าไฟจะลามไปไร่อ้อยที่อยู่ติดกัน ตนห้ามปรามก็ไม่ยอมฟัง เพราะสามีอายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน และมักจะมีอาการวูบบ่อยครั้ง ตนนั่งรอสามีกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ก็ไม่เห็นกลับมา จึงให้หลานสาวพาไปที่ไร่อ้อย ก็พบศพสามีถูกไฟคลอกเสียชีวิตแล้ว ซึ่งปกติตนจะไปด้วยกัน แต่วันนี้ตนไม่สบาย จึงไม่ได้ไปด้วย
“สาเหตุที่ทำให้สามีตนเสียชีวิตนั้น คิดว่าน่าจะเกิดจากโรคประจำตัวกำเริบ จากอากาศที่ร้อนอบอ้าว และสามีคงเหนื่อยที่ถือไม้วิ่งสกัดไฟไม่ให้ลุกลามไปไร่อ้อยที่อยู่ติดกัน จนสำลักควันและวูบหมดสติถูกไฟคลอกดับอนาถ ประกอบกับช่วงนี้หน้าแล้ง ลมพัดแรงและมักเปลี่ยนทิศ อยากบอกวิญญาณสามีว่า ให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องเป็นห่วง ให้ไปแบบสบายใจ และไม่ต้องมาลำบากกับการทำงานอีกต่อไป เพราะสามีตนเป็นคนขยันทำงานมากขนาดอายุ 72 ปีแล้ว ยังทำไร่ ทำสวน และทำนา ไม่เคยขาด”
นางดวงจันทร์เล่าอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุว่าอย่าออกไปไหนมาไหนตามลำพัง และเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก มันมีมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่โทษใคร มันเป็นความดื้อรั้นของสามีตน จึงทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต แต่ก่อนที่สามีจะเสียชีวิต เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (21 ก.พ.67) สามีได้เอารำไปขายให้หลานสาว และพูดเป็นลางกับหลานสาวว่า ต่อไปคงจะไม่ได้สีข้าวเอารำมาขายให้แล้วนะ และวันนี้ก็มาถูกไฟคลอกเสียชีวิต และจะฌาปนกิจที่วัดประจำหมู่บ้าน ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์นี้

