หน้าแรก ภูมิภาค เล่าทั้งน้ำตา...

เล่าทั้งน้ำตา เหลือเงิน 20บาทติดตัว ร้องขอความเป็นธรรม ถูกยึดบ้าน เป็นหนี้กู้ยืม คาดฟ้องผิดตัว

22.02.24 | 21:16 น.

เล่าทั้งน้ำตา เหลือเงิน 20บาทติดตัว ร้องขอความเป็นธรรม ถูกยึดบ้าน เป็นหนี้กู้ยืม คาดฟ้องผิดตัว

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า นางบุญทา ด้วงรอด อายุ 54 ปี พร้อมแม่นางน้ำ ด้วงรอด อายุ 75 ปี ชาวบ้าน ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง มีเงิน 80 บาท นั่งรถตู้โดยสารจากบ้าน พื้นที่ อ.เขาชัยสน ไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพัทลุงเหลือเงินติดตัวเพียง 20 บาท เพื่อเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้ช่วยเหลือ หลังถูกกรมบังคับคดีมาปิดบังคับคดีขายทอดตลาดบ้าน ที่ตัวเองอาศัย โดยที่เจ้าตัวและแม่งงว่าเรื่องอะไร

นางน้ำด้วง อายุ 75 ปี ผู้เป็นแม่เล่าว่า วันนั้นที่อยู่บ้านมีเจ้าหน้าที่บังคับคดี 2 คน เดินทางมาปิดป้ายบ้านเพื่อขายทอดตลาดตนเองก็งงเลยถามว่าเรื่องอะไร เจ้าหน้าที่บอกว่าเจ้าของบ้านโดนฟ้งคดีกู้ยืมเงินแล้วไม่จ่าย ถูกฟ้องบังคับคดี ในจำนวน 150,000 บาท

เมื่อตอนปี 2562 ตนถามเจ้าหน้าที่กลับไปว่าแล้วไปยืมเงินใคร เจ้าหน้าที่บอกเจ้าหนี้อยู่กทม.ยิ่งทำให้ตนงงเข้าไปอีก พร้อมทั้งบอกจะยืมเงินเป็นแสนได้อย่างไร ขนาด 1,000 ยังยืมใครก็ไม่ได้ เพราะเราฐานะยากจนมีรายได้แค่วันละไม่เกิน 300 บาท จากการรับจ้างทำงาน แล้วจะไปยืมเงินใครได้

ด้านนางบุญทา ลูกสาวที่ถูกฟ้องกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน พ.ย.2566 เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีมาที่บ้านปิดป้ายบ้านขายทอดตลาด ตนเองงงและตกใจเพราะไม่เคยไปยืมหรือกู้เงินใครได้ถึงขนาดนั้น โดยเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีบอกถ้าจะทราบข้อมูลข้อให้ไปคัดลอกข้อมูลจากศาล โดยตนก็ไม่ทราบว่าศาลตั้งอยู่ที่ไหน

Advertisement

ได้ชวนผู้ใหญ่บ้านไปเพื่อดูเอกสาร ที่ตนเองถูกฟ้อง ซึ่งตนเองก็ไม่เคยรู้จักโจทก์ว่าอยู่ที่ไหน มาทราบอีกทีว่าอยู่ กทม. ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านด้วยความตกใจ ว่าต่อไปเราจะไม่มีบ้านอยู่แล้วเหรอ บ้านถูกยึดทั้งที่เราไม่ได้กู้ยืมเงินตนยอมรับว่าจากการดูเอกสารที่ถูกยื่นฟ้อง ยืนยันลายมือชื่อไม่ตรงกับตน อายุก็ไม่ตรง ในสัญญาเงินกู้ก็มีการแก้ตัวเลข โดยเขียนให้ดูและเอาเอกสารที่เคยลงลายมือชื่อไว้ และการพิจารณาคดีตนเองก็ไม่เคยรับหมายศาลแม่แต่ครั้งเดียวก่อนหน้านี้

นางบุญทา ผู้ถูกฟ้อง กล่าวทั้งน้ำตา จะสู้คดีก็ยังไม่มีเงินจ้างทนายให้ช่วยรื้อคดีใหม่ให้ โดยทนายขอ 10,000 บาท เพื่อรื้อคดีให้แต่ตนพยายามหาเงินมาเกือบ 3 เดือนยังไม่ได้เงินก้อนดังกล่าวให้ทนาย จนไม่รู้จะพึ่งใคร จึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง

สำหรับการฟ้องดังกล่าวฟ้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิค ในสัญญากู้ยืมเงิน นางบุญทา ได้กู้ยืมเงิน 3 ครั้ง ครั้งแรก 60,000 บาท ครั้งที่สอง 60,000 บาทและครั้งที่ 30,000 รวมเป็นเงิน 150,000บาท โดยยอดเงินกู้ผ่านบัตรเครดิต จึงทำให้นางบุญทา ยิ่งสงสัย เพราะเธอไม่รู้จักบัตรเครดิตเลย ไม่เคยใช้ ไม่เคยมี

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปศาลจังหวัดพัทลุง เพื่อสอบถามข้อมูลและแนวทางช่วยเหลือ โดยได้รับข้อมูลจากศาลในการตรวจสอบสำนวนพบว่ามีความผิดปกติ โดยศาลได้เรียกทนายผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ เข้าพบพูดคุย ในคดีดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือนางบุญทา ผู้ถูกฟ้อง เบื้องต้นจากการพูดคุย ผู้ถูกฟ้องต้องเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านที่ศาลเพื่อเบิกถอนคำแถลง โดยนางบุญทา ผู้ถูกฟ้อง เตรียมเดินทางมายังศาลพัทลุงพร้อมทนายในวันพรุ่งนี้ วันที 23 ก.พ.2567 เพื่อขอคัดค้านดังกล่าว