หน้าแรก ภูมิภาค โคราชจัดงานไห...

โคราชจัดงานไหว้พระธาตุโบราณ วันมาฆบูชา ผัดหมี่ตะคุแจก 2,500 จาน

23.02.24 | 14:10 น.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาล วันมาฆบูชา ประจำปี 2567 หลายวัดในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันอย่างคึกคัก อย่างเช่นที่ วัดหน้าพระธาตุ บ้านตะคุ หมู่ที่ 1 ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นายสามารถ สุวรรณมณี ปลัดจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดงานไหว้พระธาตุเก่าแก่ อายุกว่า 350 ปี เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พร้อมกับจัดงานวันหมี่ตะคุ ประจำปี 2567 เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชุมชน ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โบราณสถานวัดหน้าพระธาตุ ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่น คือการทำหมี่ตะคุ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยภายในชุมชน ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมความสามัคคี ความเข้มแข็ง บ้าน วัด โรงเรียน ร่วมแรง ร่วมใจ พร้อมใจกันสร้างอัตลักษณ์การรำบวงสรวงพระธาตุ และเพื่อเป็นการระดมทุนในการพัฒนาปฏิสังขรณ์วัดหน้าพระธาตุ

สำหรับการจัดงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ กิจกรรมภายในงาน ได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีบวงสรวงเทพยดา พิธีรำบวงสรวงขอขมาพระธาตุโบราณ อายุมากกว่า 350 ปี โดยสตรีชาว ต.ตะคุ จำนวน 99 คน ที่สวมชุดผ้าไหมปักธงชัยสีน้ำทะเล ร่วมในพิธีรำบวงสรวงและรำขอขมา ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายเชน หีบสระน้อย กำนันตำบลตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานจะได้พบกับความเก่าแก่และศักดิ์สิทธ์ของวัดหน้าพระธาตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้แก่ พระธาตุ เจดีย์อุโบสถ และหอไตรกลางน้ำ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีศิลปะแบบท้องถิ่นปะปนอยู่มาก อุโบสถหลังเก่ามีจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นรัตนโกสินทร์ปรากฏให้เห็นอยู่เกือบสมบูรณ์ ทั้งบริเวณผนังด้านหน้าข้างนอกและผนังด้านในทั้งสี่ด้าน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติชาดก และเป็นภาพการสักการะพระพุทธบาท

นอกจากนั้น ยังแทรกภาพชีวิตประจำวันของชาวบ้านในสมัยนั้น ที่นอกเหนือจากการทอผ้าไหม ยังมีอาหารที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา นั่นคือ หมี่โคราช ที่เรียกว่า หมี่ตะคุ ตามชื่อบ้าน แต่ด้วยความพิเศษของพื้นที่ที่ใช้ปลูกข้าว รวมถึงแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ได้มาซึ่งข้าวสายพันธุ์ดี ที่ถูกโม่จนกลายมาเป็นแป้งที่ใช้ทำเส้นหมี่โคราชมาแต่ยาวนาน ด้วยความหอมของเส้นเมื่อผัดจนเข้ากันกับเครื่องปรุงต่างๆ ความเหนียวนุ่มและความอร่อยทำให้เป็นต้นตำรับของหมี่โคราช

นอกจากนี้ ยังจัดนิทรรศการความเป็นมาของหมี่ตะคุ และการคั่วหมี่ตะคุ หรือผัดหมี่ โดยแม่ครัวจาก 17 หมู่บ้าน ของตำบลตะคุใช้เส้นหมี่ จำนวน 500 กิโลกรัม ผัดได้กว่า 2,500 จาน แจกจ่ายให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทาน ตลอดจนการแสดงเพลงโคราช การออกร้านแสดงผลิตภัณฑ์ตำบล การแสดงและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

Advertisement